คำนวณบำนาญชราภาพประกันสังคม (สูตร CARE 2569)

ประมาณการเงินบำนาญชราภาพประกันสังคมด้วยสูตรใหม่ CARE ที่เริ่มใช้ 1 มกราคม 2569 รองรับ ม.33 และ ม.39 พร้อมเทียบกับสูตรเดิม

ประมาณการเท่านั้น: สูตร CARE อยู่ระหว่างการบังคับใช้ ตัวเลขจริงขึ้นกับค่าปรับมูลค่าเงิน (index) และค่าจ้างเฉลี่ยทั้งระบบที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด ตรวจสอบสิทธิที่แน่นอนกับ สปส. สายด่วน 1506
ประเภทผู้ประกันตน

ม.33 ใช้ค่าจ้างจริง (สูงสุด 17,500 บาท) — ม.39 ใช้ฐานคงที่ 4,800 บาท/เดือน

ข้อมูลการส่งเงินสมทบ
ปี
เดือน

ครบ 180 เดือน (15 ปี) จึงมีสิทธิรับบำนาญรายเดือน หากน้อยกว่านี้จะได้เป็นบำเหน็จ (เงินก้อน)

รับบำนาญได้เมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน

ฐานค่าจ้าง
฿

ค่าจ้างเฉลี่ยของทุกเดือนที่ส่งสมทบ (ปรับมูลค่าเป็นเงินปัจจุบันโดยประมาณ) สูงสุดไม่เกินเพดาน 17,500 บาท

฿

ใส่เพื่อเปรียบเทียบกับสูตรเดิม เช่น ผู้ที่ย้ายมา ม.39 ช่วงท้าย (ฐาน 4,800) จะเห็นความต่างชัด

สูตร CARE คืออะไร?

สูตร CARE (Career-Average Revalued Earnings) หรือ "ค่าจ้างเฉลี่ยตลอดชีวิตการทำงานที่ปรับค่าแล้ว" คือวิธีคำนวณเงินบำนาญชราภาพประกันสังคมแบบใหม่ที่สำนักงานประกันสังคมเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 (ค.ศ. 2026) ครอบคลุมผู้ประกันตนทั้งมาตรา 33 (ลูกจ้างบริษัท) และมาตรา 39 (ผู้ที่เคยเป็น ม.33 แล้วสมัครใจส่งเงินสมทบต่อด้วยตนเอง)

หัวใจของการเปลี่ยนแปลงอยู่ที่ "ฐานค่าจ้าง" ที่นำมาคำนวณ สูตรเดิมใช้เฉพาะ ค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย (5 ปีสุดท้าย) ก่อนเกษียณ ซึ่งอาจไม่สะท้อนรายได้จริงตลอดชีวิตการทำงาน โดยเฉพาะผู้ที่รายได้ลดลงช่วงท้าย หรือย้ายมาเป็น ม.39 ที่มีฐานเพียง 4,800 บาท ส่วนสูตร CARE จะนำ ค่าจ้างของทุกเดือน ที่เคยส่งเงินสมทบมาเฉลี่ย โดยปรับมูลค่าเงินในอดีตให้เป็นปัจจุบัน (revalue หรือ index) ก่อน จึงเป็นธรรมและสะท้อนรายได้ที่แท้จริงมากกว่า

นอกจากนี้สูตร CARE ยังคิด "เศษเดือน" ในการหาอัตราบำนาญด้วย ต่างจากสูตรเดิมที่คิดเป็นปีเต็มเท่านั้น เช่น ผู้ที่ส่งเงินสมทบ 25 ปี 6 เดือน สูตรเดิมจะปัดเป็น 25 ปี แต่สูตร CARE จะคิด 25.5 ปี ทำให้ได้อัตราบำนาญสูงขึ้นเล็กน้อย

สูตรคำนวณเงินบำนาญ CARE

สูตร:

เงินบำนาญ/เดือน = อัตราบำนาญ × ค่าจ้างเฉลี่ยตลอดการทำงาน (ปรับค่าแล้ว)

อัตราบำนาญ = 20% + (1.5% × จำนวนปีที่ส่งเกิน 15 ปี)

อีกวิธีที่สำนักงานประกันสังคมอธิบายให้ผลลัพธ์เดียวกันคือ อัตราบำนาญ × ฐานค่าจ้างเฉลี่ยทั้งระบบ × แต้มบำนาญ โดย "แต้มบำนาญ" ของแต่ละเดือน = ค่าจ้างที่คุณส่งสมทบเดือนนั้น ÷ ค่าจ้างเฉลี่ยของผู้ประกันตนทั้งระบบเดือนนั้น เมื่อคูณแต้มบำนาญกับค่าจ้างเฉลี่ยทั้งระบบ ก็จะได้เท่ากับค่าจ้างเฉลี่ยตลอดการทำงานที่ปรับค่าแล้วนั่นเอง

อัตราบำนาญขั้นต่ำคือ 20% เมื่อส่งครบ 180 เดือน (15 ปี) พอดี และจะเพิ่มขึ้นปีละ 1.5% สำหรับทุกปีที่ส่งเกินจาก 15 ปี ดังตารางต่อไปนี้ (คิดเศษเดือนตามสูตร CARE):

ระยะเวลาส่งสมทบ อัตราบำนาญ (CARE) ตัวอย่างฐาน 15,000 บาท
15 ปี (180 เดือน) 20.00% ฿3,000
20 ปี (240 เดือน) 27.50% ฿4,125
25 ปี (300 เดือน) 35.00% ฿5,250
25 ปี 6 เดือน (306 เดือน) 35.75% ฿5,363
30 ปี (360 เดือน) 42.50% ฿6,375

* ตัวอย่างข้างต้นใช้ฐานค่าจ้างเฉลี่ย 15,000 บาท เพื่อความเข้าใจ อัตราบำนาญเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ยืนยันได้ (20% + 1.5%/ปี คิดเศษเดือน) ส่วนตัวเลขเงินบาทเป็นการประมาณการ

ตัวอย่างการคำนวณ

ตัวอย่างที่ 1: ม.33 ส่งครบ 25 ปี 6 เดือน

  • ผู้ประกันตน ม.33 อายุ 60 ปี ส่งเงินสมทบ 306 เดือน (25 ปี 6 เดือน)
  • ค่าจ้างเฉลี่ยตลอดการทำงาน (ปรับค่าแล้ว) = 15,000 บาท
  • อัตราบำนาญ = 20% + (1.5% × 10.5) = 35.75%
  • เงินบำนาญ = 35.75% × 15,000 = 5,362.50 บาท/เดือน

ตัวอย่างที่ 2: ม.33 ส่งครบ 15 ปีพอดี

  • ผู้ประกันตน ม.33 อายุ 55 ปี ส่งเงินสมทบ 180 เดือน (15 ปี) พอดี
  • ค่าจ้างเฉลี่ยตลอดการทำงาน = 12,000 บาท
  • อัตราบำนาญขั้นต่ำ = 20%
  • เงินบำนาญ = 20% × 12,000 = 2,400 บาท/เดือน

ตัวอย่างที่ 3: ม.39 ส่งไม่ถึง 180 เดือน (ได้บำเหน็จ)

  • ผู้ประกันตน ม.39 อายุ 56 ปี ส่งเงินสมทบ 100 เดือน (ยังไม่ครบ 15 ปี)
  • ฐานค่าจ้าง ม.39 คงที่ = 4,800 บาท เงินสมทบชราภาพ 3% = 144 บาท/เดือน/ฝ่าย
  • ส่งเกิน 12 เดือน จึงได้คืนทั้งส่วนตนเองและนายจ้าง (144 × 2 × 100)
  • เงินบำเหน็จ (ไม่รวมดอกผล) = 28,800 บาท จ่ายครั้งเดียว

ม.33 กับ ม.39 ต่างกันอย่างไร?

หลักการหาอัตราบำนาญของทั้งสองมาตราเหมือนกันทุกประการ (20% + 1.5% ต่อปีที่เกิน 15 ปี) ความต่างอยู่ที่ "ฐานค่าจ้าง" ที่นำมาคูณ

  • มาตรา 33: ใช้ค่าจ้างจริงตามที่ส่งสมทบ สูงสุดไม่เกินเพดานที่บังคับใช้ (17,500 บาทในปี 2569) เหมาะกับลูกจ้างประจำที่มีรายได้สม่ำเสมอ
  • มาตรา 39: ใช้ฐานค่าจ้างคงที่ 4,800 บาท/เดือน ไม่ว่ารายได้จริงจะเป็นเท่าไร เพราะ ม.39 คือการส่งเงินสมทบด้วยตนเองหลังออกจากงานประจำ

จุดเด่นสำคัญของสูตร CARE คือ ผู้ที่เคยเป็น ม.33 เงินเดือนสูงมานาน แล้วออกมาต่อ ม.39 (ฐาน 4,800) ในช่วงท้ายก่อนเกษียณ จะได้รับบำนาญ สูงขึ้นอย่างมาก เมื่อเทียบกับสูตรเดิม เพราะสูตรเดิมคิดจากค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย ซึ่งเป็นช่วง ม.39 ฐานเพียง 4,800 บาท ทำให้บำนาญต่ำมาก แต่สูตร CARE นำค่าจ้างสูงในอดีตช่วง ม.33 มาเฉลี่ยด้วย บำนาญจึงสะท้อนรายได้จริงตลอดชีวิตการทำงาน

ส่งไม่ถึง 180 เดือน ได้อะไร? (บำเหน็จชราภาพ)

หากส่งเงินสมทบไม่ครบ 180 เดือน (15 ปี) จะไม่ได้รับบำนาญรายเดือน แต่จะได้รับ "เงินบำเหน็จชราภาพ" เป็นเงินก้อนครั้งเดียว เมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์และสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน (หรือกรณีทุพพลภาพ/เสียชีวิต) โดยแบ่งเป็น 2 กรณี

  • ส่งต่ำกว่า 12 เดือน: ได้คืนเฉพาะเงินสมทบส่วนของผู้ประกันตนเอง (ในส่วนกรณีชราภาพ)
  • ส่งตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไป (แต่ไม่ถึง 180 เดือน): ได้คืนทั้งเงินสมทบส่วนของผู้ประกันตนและส่วนของนายจ้าง พร้อมผลประโยชน์ตอบแทน (ดอกผลจากการนำเงินไปลงทุน)

เงินสมทบส่วน "กรณีชราภาพ" คิดเป็น 3% ของค่าจ้างจากทั้งฝ่ายลูกจ้างและฝ่ายนายจ้าง (รวม 6% ต่อเดือน) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอัตราเงินสมทบ 5% ที่หักจากเงินเดือน เครื่องมือนี้ประมาณการบำเหน็จจากฐานนี้ แต่ยังไม่รวมดอกผลที่ สปส. จะบวกให้ ตัวเลขจริงจึงมักสูงกว่าที่แสดง

ช่วงเปลี่ยนผ่าน 2570-2573

เพื่อไม่ให้ผู้ประกันตนเสียเปรียบจากการเปลี่ยนสูตรกะทันหัน สำนักงานประกันสังคมกำหนดช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยผู้ที่เริ่มมีสิทธิรับบำนาญในช่วงนี้จะใช้การถ่วงน้ำหนักระหว่างสูตรเดิมกับสูตร CARE ดังนี้

ปี (พ.ศ.) สัดส่วนสูตรเดิม สัดส่วนสูตร CARE
2568-2569100%0%
257080%20%
257160%40%
257240%60%
257320%80%
2574 เป็นต้นไป0%100%

ที่สำคัญคือมีการ รับประกันขั้นต่ำ ว่าผู้ประกันตนจะได้รับเงินบำนาญ "ไม่น้อยกว่า" ที่คำนวณด้วยสูตรเดิม หากสูตร CARE ให้ผลน้อยกว่าจะได้รับการชดเชยให้เท่าสูตรเดิม เครื่องมือนี้จึงแสดงค่าที่สูงกว่าระหว่างสองสูตรเป็นผลลัพธ์หลัก

เพดานค่าจ้างที่ใช้คำนวณ

ค่าจ้างเฉลี่ยที่นำมาคำนวณบำนาญจะไม่เกิน "เพดานค่าจ้าง" ที่บังคับใช้ในแต่ละช่วงเวลา ตามกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2568 ที่ปรับเพดานแบบขั้นบันได แม้เงินเดือนจริงจะสูงกว่าก็ตาม

ช่วงปี (พ.ศ.) เพดานค่าจ้าง เงินสมทบสูงสุด/เดือน
2569-2571฿17,500฿875
2572-2574฿20,000฿1,000
2575 เป็นต้นไป฿23,000฿1,150

การปรับเพดานขึ้นทำให้เงินสมทบสูงขึ้น แต่ในระยะยาวก็ทำให้ฐานคำนวณบำนาญสูงขึ้นด้วย ผู้ที่มีเงินเดือนสูงกว่าเพดานจึงมีโอกาสได้บำนาญมากขึ้นในอนาคต

ข้อจำกัดและข้อควรระวัง

  • เป็นการประมาณการ: สูตร CARE ที่แท้จริงต้องใช้ค่าปรับมูลค่าเงิน (index) และค่าจ้างเฉลี่ยทั้งระบบที่สำนักงานประกันสังคมประกาศเป็นทางการ ซึ่งยังไม่เปิดเผยในรูปแบบที่ประชาชนคำนวณเองได้ เครื่องมือนี้จึงให้คุณกรอกค่าจ้างเฉลี่ยเอง
  • ค่าจ้างเฉลี่ยที่กรอกควรปรับค่าแล้ว: ค่าจ้างในอดีต (เช่น 10 ปีก่อน) มีมูลค่าต่างจากปัจจุบัน สูตร CARE จะปรับให้เป็นมูลค่าปัจจุบันก่อนเฉลี่ย จึงควรประมาณค่าจ้างเฉลี่ยในเทอมของเงินปัจจุบัน
  • บำเหน็จยังไม่รวมดอกผล: การประมาณการบำเหน็จนี้คิดจากเงินสมทบเท่านั้น ยังไม่รวมผลประโยชน์ตอบแทน (ดอกผล) ที่ สปส. จะบวกให้ ตัวเลขจริงมักสูงกว่า
  • ตรวจสอบสิทธิที่แน่นอน: โปรดสอบถามข้อมูลและสิทธิที่แท้จริงกับสำนักงานประกันสังคม สายด่วน 1506 หรือแอปพลิเคชัน SSO Connect ก่อนตัดสินใจวางแผนการเงิน
  • อย่าพึ่งพาบำนาญประกันสังคมเพียงอย่างเดียว: บำนาญชราภาพเป็นเพียงหนึ่งในแหล่งรายได้หลังเกษียณ ควรมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ RMF/SSF และเงินออมส่วนตัวเสริมด้วย

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

คำถามที่พบบ่อย

สูตร CARE คืออะไร ต่างจากสูตรเดิมอย่างไร?

CARE ย่อมาจาก Career-Average Revalued Earnings หรือ 'ค่าจ้างเฉลี่ยตลอดชีวิตการทำงานที่ปรับค่าแล้ว' เป็นสูตรใหม่ที่สำนักงานประกันสังคมเริ่มใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 จุดต่างสำคัญคือ สูตรเดิมคิดบำนาญจากค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย (5 ปีสุดท้าย) ก่อนเกษียณ แต่สูตร CARE จะนำค่าจ้างของทุกเดือนที่เคยส่งเงินสมทบมาเฉลี่ย โดยปรับมูลค่าเงินในอดีตให้เป็นปัจจุบัน (revalue/index) ก่อน นอกจากนี้ CARE ยังคิดเศษเดือนในอัตราบำนาญด้วย ทำให้สะท้อนรายได้จริงตลอดชีวิตการทำงานมากกว่าเดิม

สูตรคำนวณเงินบำนาญชราภาพ CARE เป็นอย่างไร?

เงินบำนาญรายเดือน = อัตราบำนาญ × ค่าจ้างเฉลี่ยตลอดการทำงานที่ปรับค่าแล้ว โดยอัตราบำนาญ = 20% เมื่อส่งครบ 180 เดือน (15 ปี) และบวกเพิ่ม 1.5% ต่อทุก 1 ปีที่ส่งเกิน 15 ปี สูตร CARE คิดเศษเดือนด้วย เช่น ส่ง 25 ปี 6 เดือน (306 เดือน) จะได้อัตรา 20% + (1.5% × 10.5) = 35.75% ในขณะที่สูตรเดิมคิดเป็นปีเต็มได้ 35% พอดี อีกวิธีที่ สปส. อธิบายคือ อัตราบำนาญ × ฐานค่าจ้างเฉลี่ยทั้งระบบ × แต้มบำนาญ ซึ่งให้ผลลัพธ์เท่ากัน

ต้องส่งเงินสมทบกี่เดือนถึงจะได้บำนาญรายเดือน?

ต้องส่งเงินสมทบครบ 180 เดือน (15 ปี) ขึ้นไป และมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ พร้อมสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน จึงจะมีสิทธิรับ 'บำนาญชราภาพ' เป็นรายเดือนตลอดชีวิต หากส่งไม่ครบ 180 เดือน จะได้รับเป็น 'บำเหน็จชราภาพ' คือเงินก้อนครั้งเดียวแทน เครื่องมือนี้จะเลือกคำนวณให้อัตโนมัติตามจำนวนเดือนที่คุณกรอก

ถ้าส่งไม่ถึง 180 เดือน จะได้เงินเท่าไร (บำเหน็จ)?

จะได้รับเป็นเงินบำเหน็จชราภาพก้อนเดียว โดยหากส่งเงินสมทบต่ำกว่า 12 เดือน จะได้คืนเฉพาะเงินสมทบส่วนของผู้ประกันตนเองในส่วนกรณีชราภาพ แต่หากส่งตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไป (แต่ไม่ถึง 180 เดือน) จะได้คืนทั้งเงินสมทบส่วนของผู้ประกันตนและส่วนของนายจ้าง พร้อมผลประโยชน์ตอบแทน (ดอกผล) ทั้งนี้เงินสมทบกรณีชราภาพคิดเป็น 3% ของค่าจ้างจากทั้งฝ่ายลูกจ้างและนายจ้าง (การประมาณการนี้ยังไม่รวมดอกผล)

ผู้ประกันตน ม.33 กับ ม.39 คำนวณต่างกันอย่างไร?

หลักการคำนวณอัตราบำนาญเหมือนกัน แต่ต่างกันที่ 'ฐานค่าจ้าง' ที่ใช้คำนวณ ผู้ประกันตน ม.33 (ลูกจ้างบริษัท) ใช้ค่าจ้างจริงตามที่ส่งสมทบ สูงสุดไม่เกินเพดาน (17,500 บาทในปี 2569) ส่วนผู้ประกันตน ม.39 (ผู้เคยเป็น ม.33 แล้วสมัครใจส่งต่อเอง) ใช้ฐานค่าจ้างคงที่ 4,800 บาทต่อเดือน จุดเด่นของสูตร CARE คือคนที่เคยเป็น ม.33 เงินเดือนสูงแล้วมาต่อ ม.39 ช่วงท้าย จะได้บำนาญสูงขึ้นกว่าสูตรเดิมมาก เพราะสูตรเดิมคิดจาก 60 เดือนสุดท้าย (ซึ่งเป็นฐาน 4,800 ทำให้บำนาญต่ำ)

ช่วงเปลี่ยนผ่าน 2570-2573 คำนวณอย่างไร?

สำหรับผู้ที่เริ่มมีสิทธิรับบำนาญในช่วงเปลี่ยนผ่าน จะใช้การถ่วงน้ำหนักระหว่างสูตรเดิมกับสูตร CARE โดยสัดส่วนสูตรใหม่จะเพิ่มขึ้นทุกปี ได้แก่ ปี 2570 (เดิม 80% + CARE 20%), ปี 2571 (60% + 40%), ปี 2572 (40% + 60%), ปี 2573 (20% + 80%) และตั้งแต่ปี 2574 เป็นต้นไปใช้ CARE เต็ม 100% ที่สำคัญคือมีการรับประกันว่าผู้ประกันตนจะได้รับเงินบำนาญ 'ไม่น้อยกว่า' ที่คำนวณด้วยสูตรเดิม เครื่องมือนี้จึงแสดงค่าที่สูงกว่าระหว่างสองสูตรให้

เพดานค่าจ้างที่ใช้คำนวณบำนาญคือเท่าไร?

เพดานค่าจ้างที่ใช้เป็นฐานคำนวณเงินสมทบและบำนาญปรับขึ้นแบบขั้นบันไดตามกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2568 ได้แก่ ปี 2569-2571 เพดาน 17,500 บาท, ปี 2572-2574 เพดาน 20,000 บาท และตั้งแต่ปี 2575 เพดาน 23,000 บาท หมายความว่าค่าจ้างเฉลี่ยที่นำมาคำนวณบำนาญจะไม่เกินเพดานที่บังคับใช้ในแต่ละช่วงเวลา แม้เงินเดือนจริงจะสูงกว่าก็ตาม

ตัวเลขจากเครื่องมือนี้แม่นยำแค่ไหน?

เป็นการประมาณการเพื่อการวางแผนเท่านั้น เนื่องจากสูตร CARE ต้องใช้ 'ค่าปรับมูลค่าเงิน (index)' และ 'ค่าจ้างเฉลี่ยทั้งระบบ' ที่สำนักงานประกันสังคมประกาศเป็นทางการ ซึ่งยังไม่เปิดเผยในรูปแบบที่ประชาชนนำมาคำนวณเองได้ เครื่องมือนี้จึงให้คุณกรอกค่าจ้างเฉลี่ยตลอดการทำงาน (ปรับค่าแล้วโดยประมาณ) เอง ตัวเลขจริงอาจต่างออกไป กรุณาตรวจสอบสิทธิที่แน่นอนกับสำนักงานประกันสังคม สายด่วน 1506 หรือแอป SSO Connect

บทความที่เกี่ยวข้อง

เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง