คำนวณภาษีโบนัส 2569
โบนัสเสียภาษีเท่าไหร่? คำนวณภาษีที่โบนัสต้องเสียจริงแบบส่วนเพิ่ม (marginal) โดยเทียบภาษีทั้งปีแบบมีโบนัสและไม่มีโบนัส พร้อมอัตราภาษีที่แท้จริงและขั้นภาษีสูงสุดที่โบนัสตกอยู่ ตามอัตราปี 2569
ผลการคำนวณภาษีโบนัส
ภาษีที่โบนัสต้องเสีย
฿0
อัตราภาษีที่แท้จริงของโบนัส
0%
โบนัสหลังหักภาษี
฿0
ที่มาของภาษีโบนัส (วิธีส่วนเพิ่ม)
- เงินเดือนทั้งปี (เงินเดือน x 12)
- ฿0
- โบนัส
- ฿0
- ภาษีทั้งปี — ไม่รวมโบนัส (Tax A)
- ฿0
- ภาษีทั้งปี — รวมโบนัส (Tax B)
- ฿0
- ภาษีที่โบนัสต้องเสีย = Tax B − Tax A
- ฿0
- ขั้นภาษีสูงสุดที่โบนัสตกอยู่
- 0%
หมายเหตุเรื่องภาษีหัก ณ ที่จ่ายในเดือนโบนัส
ในเดือนที่จ่ายโบนัส นายจ้างมักคำนวณภาษีแบบเกลี่ยทั้งปี (ตาม ป.96/2543) ทำให้ยอดหักในสลิปเดือนนั้นสูงกว่าปกติ และอาจมากกว่า ฿0 ที่แสดงด้านบน ตัวเลขด้านบนคือภาระภาษีสุทธิที่แท้จริงของโบนัสทั้งปี หากถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้เกิน ส่วนเกินจะได้คืนตอนยื่นแบบ ภ.ง.ด.90/91
โบนัสเสียภาษีเท่าไหร่? คำตอบที่ถูกต้องคือ "ส่วนเพิ่ม"
คำถามยอดฮิตช่วงปลายปีคือ "ได้โบนัสมาแล้วจะโดนหักภาษีเท่าไร" หลายคนเข้าใจผิดว่าโบนัสมี "อัตราภาษีโบนัส" แยกต่างหาก เช่น 5% หรือ 10% ตายตัว แต่ความจริงคือ โบนัสไม่มีอัตราภาษีของตัวเอง โบนัสเป็นเงินได้ประเภทที่ 1 ตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร เช่นเดียวกับเงินเดือน จึงถูกนำไปรวมกับเงินได้ทั้งปีแล้วคำนวณภาษีตามอัตราก้าวหน้า 0-35%
วิธีตอบคำถาม "โบนัสเสียภาษีเท่าไร" ที่ถูกต้องจึงเป็นแบบ ส่วนเพิ่ม (marginal) คือ:
1) คำนวณภาษีทั้งปี โดยไม่รวมโบนัส → Tax A
2) คำนวณภาษีทั้งปี รวมโบนัส → Tax B
3) ภาษีที่โบนัสต้องเสีย = Tax B − Tax A
ผลลัพธ์ที่ได้คือภาระภาษีที่แท้จริงของโบนัส และเนื่องจากโบนัสวางทับบนเงินเดือนที่เสียภาษีอยู่แล้ว มันจึงถูกเก็บภาษีที่ ขั้นภาษีสูงสุด (top marginal bracket) ของคุณ ไม่ได้เริ่มนับจากขั้น 0% หรือ 5% แรกเหมือนเงินเดือนก้อนแรกของปี นี่คือเหตุผลว่าทำไมโบนัสถึงรู้สึกว่า "โดนหักเยอะ"
ทำไมโบนัสถึงเสียภาษีที่ขั้นสูงสุด
ระบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของไทยเป็นแบบ ขั้นบันได เงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรกได้รับยกเว้น ส่วนที่เกินจึงค่อยๆ เสียภาษีเพิ่มขึ้นทีละขั้น ดังนี้:
| เงินได้สุทธิ (บาท) | อัตราภาษี |
|---|---|
| 0 – 150,000 | ยกเว้น |
| 150,001 – 300,000 | 5% |
| 300,001 – 500,000 | 10% |
| 500,001 – 750,000 | 15% |
| 750,001 – 1,000,000 | 20% |
| 1,000,001 – 2,000,000 | 25% |
| 2,000,001 – 5,000,000 | 30% |
| เกิน 5,000,000 | 35% |
เงินเดือนของคุณตลอดทั้งปีจะ "ไต่" ขั้นบันไดเหล่านี้ขึ้นไปเรื่อยๆ เมื่อถึงเวลารับโบนัส เงินได้สุทธิของคุณอาจไต่ไปถึงขั้น 10%, 15% หรือ 20% แล้ว โบนัสจึงเริ่มเสียภาษีต่อจากจุดที่เงินเดือนไต่ไปถึง ไม่ใช่เริ่มจาก 0% เช่น หากเงินเดือนดันเงินได้สุทธิของคุณไปอยู่ขั้น 15% โบนัสทุกบาทก็เริ่มเสีย 15% ทันที เว้นแต่โบนัสก้อนใหญ่จนดันข้ามขั้นถัดไป ส่วนที่เกินก็เสียในอัตราที่สูงขึ้น
ต้องการดูฐานภาษีทั้งปีของคุณแบบละเอียดพร้อมค่าลดหย่อนทุกรายการ ใช้เครื่องคำนวณภาษีบุคคลธรรมดา 2569 และดูว่าเงินเดือนของคุณเหลือสุทธิเท่าไรที่เครื่องคำนวณเงินเดือนสุทธิ
ตัวอย่างการคำนวณภาษีโบนัส
ตัวอย่างต่อไปนี้ใช้ค่าลดหย่อนพื้นฐาน (ค่าใช้จ่าย 100,000 + ลดหย่อนส่วนตัว 60,000 + ประกันสังคม 10,500) และตรงกับผลลัพธ์ของเครื่องคำนวณด้านบนทุกบาท
ตัวอย่างที่ 1: เงินเดือน 30,000 + โบนัส 30,000 (อยู่ในขั้น 5%)
- เงินได้ทั้งปี (ไม่รวมโบนัส): 360,000 บาท → เงินได้สุทธิ 189,500 บาท → Tax A = 1,974.95 บาท
- รวมโบนัส: 390,000 บาท → เงินได้สุทธิ 219,500 บาท → Tax B = 3,474.95 บาท
- ภาษีที่โบนัสต้องเสีย = 3,474.95 − 1,974.95 = 1,500 บาท
- อัตราที่แท้จริง = 1,500 ÷ 30,000 = 5.00% (โบนัสทั้งก้อนอยู่ในขั้น 5%)
- โบนัสหลังหักภาษี = 28,500 บาท
ตัวอย่างที่ 2: เงินเดือน 45,000 + โบนัส 200,000 (คร่อมขั้น 10%/15%)
- เงินได้ทั้งปี (ไม่รวมโบนัส): 540,000 บาท → เงินได้สุทธิ 369,500 บาท → Tax A = 14,449.90 บาท
- รวมโบนัส: 740,000 บาท → เงินได้สุทธิ 569,500 บาท → Tax B = 37,924.85 บาท
- ภาษีที่โบนัสต้องเสีย = 37,924.85 − 14,449.90 = 23,474.95 บาท
- อัตราที่แท้จริง = 23,474.95 ÷ 200,000 = 11.74% — ต่ำกว่าขั้นสูงสุด 15% เพราะโบนัสส่วนแรกยังเสียในขั้น 10% ก่อนดันข้ามไป 15%
- โบนัสหลังหักภาษี = 176,525.05 บาท
ตัวอย่างที่ 3: เงินเดือน 120,000 + โบนัส 240,000 + ลดหย่อนเพิ่ม 200,000 (ขั้น 25%)
- เงินได้ทั้งปี (ไม่รวมโบนัส): 1,440,000 บาท หักค่าลดหย่อนพื้นฐาน + ลดหย่อนเพิ่ม 200,000 → เงินได้สุทธิ 1,069,500 บาท → Tax A = 132,374.75 บาท
- รวมโบนัส: 1,680,000 บาท → เงินได้สุทธิ 1,309,500 บาท → Tax B = 192,374.75 บาท
- ภาษีที่โบนัสต้องเสีย = 192,374.75 − 132,374.75 = 60,000 บาท
- อัตราที่แท้จริง = 60,000 ÷ 240,000 = 25.00% (โบนัสทั้งก้อนอยู่ในขั้น 25%)
- โบนัสหลังหักภาษี = 180,000 บาท
สังเกตว่ายิ่งเงินเดือนสูง ขั้นภาษีสูงสุดยิ่งสูง โบนัสจึงถูกหักภาษีในอัตราที่สูงขึ้นตามไปด้วย — คนเงินเดือน 30,000 โบนัสเสีย 5% แต่คนเงินเดือน 120,000 โบนัสเสียถึง 25%
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายในเดือนโบนัส ทำไมโดนหักหนัก
หลายคนตกใจเมื่อเห็นสลิปเดือนที่ได้โบนัส เพราะภาษีหัก ณ ที่จ่ายพุ่งสูงกว่าปกติมาก สาเหตุคือวิธีคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.96/2543 — เมื่อจ่ายเงินได้ก้อนพิเศษอย่างโบนัส นายจ้างจะนำโบนัสไปรวมกับประมาณการเงินได้ทั้งปี คำนวณภาษีทั้งปีใหม่ แล้วเกลี่ยส่วนต่างที่ยังไม่ได้หักมาเก็บในเดือนนั้น
ผลก็คือยอดหักในเดือนโบนัสอาจสูงกว่าภาษีที่โบนัสต้องเสียจริงทั้งปี โดยเฉพาะถ้าโบนัสจ่ายช่วงต้นปี (ระบบอาจประเมินเผื่อไว้สูง) แต่นี่เป็นเพียงการเก็บภาษีล่วงหน้าเท่านั้น ไม่ใช่ภาษีที่หายไป เมื่อสิ้นปีคุณยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91 ภาษีทั้งหมดจะถูกสรุปตามรายได้จริง หากถูกหักไว้เกิน คุณจะได้รับเงินคืนภาษี ตัวเลขหลักที่เครื่องมือนี้แสดง (Tax B − Tax A) คือภาระภาษีสุทธิที่แท้จริงของโบนัสทั้งปี ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรใช้วางแผน ไม่ใช่ยอดที่ถูกหักในสลิปเดือนเดียว
หมายเหตุ: โบนัสไม่ถูกหักประกันสังคมเพิ่ม เพราะเงินสมทบประกันสังคมมาตรา 33 คิดจากค่าจ้างปกติเท่านั้น (สูงสุด 875 บาท/เดือนในปี 2569) โบนัสจึงถูกหักเฉพาะภาษีเงินได้
เคล็ดลับลดภาษีโบนัส (แบบถูกกฎหมาย)
เพราะโบนัสเสียภาษีที่ขั้นสูงสุดของคุณ ทุกบาทที่ลดหย่อนเพิ่มจึงประหยัดภาษีในอัตราขั้นสูงสุดเช่นกัน จึงคุ้มค่ามากสำหรับคนที่ฐานภาษีสูง:
- เพิ่มเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD): สะสมได้สูงสุด 15% ของค่าจ้าง ลดฐานภาษีตามจริง คนขั้น 20% สะสมเพิ่ม 50,000 บาท ประหยัดภาษี 10,000 บาท
- ซื้อ SSF/RMF/Thai ESG ก่อนสิ้นปี: โดยเฉพาะปีที่ได้โบนัสก้อนใหญ่จนดันขึ้นขั้นภาษีถัดไป การลดหย่อนช่วยดึงฐานภาษีกลับลงมาขั้นเดิม
- ประกันชีวิต/ประกันสุขภาพ: ประกันชีวิตลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท ประกันสุขภาพ 25,000 บาท (รวมประกันชีวิตไม่เกิน 100,000)
- เงินบริจาค: บริจาคทั่วไปลดหย่อนได้ตามจริง (ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าลดหย่อนอื่น) บริจาคเพื่อการศึกษา/กีฬาบางประเภทได้ 2 เท่า
- วางแผนจังหวะรับโบนัส: โบนัสจ่ายเดือนธันวาคมนับเป็นเงินได้ปีนั้น ส่วนจ่ายมกราคมนับปีถัดไป — หากปีนี้เงินได้สูงผิดปกติ การเลื่อนโบนัสไปต้นปีถัดไปอาจช่วยกระจายฐานภาษี (ขึ้นกับนโยบายบริษัท)
ลองกรอกยอดลดหย่อนที่วางแผนไว้ในช่อง "ค่าลดหย่อนเพิ่มเติม" ด้านบน แล้วดูว่าภาษีโบนัสลดลงเท่าไร
ข้อจำกัดและข้อควรรู้
- เครื่องมือนี้ประมาณการจากเงินเดือนประจำ x 12 + โบนัส หากคุณมีเงินได้ประเภทอื่น (ค่าเช่า เงินปันผล อาชีพอิสระ) ให้ใช้เครื่องคำนวณภาษีบุคคลธรรมดาที่รองรับเงินได้ทุกประเภท
- ค่าลดหย่อนพื้นฐานที่ระบบรวมให้อัตโนมัติคือ ค่าใช้จ่าย 50% (สูงสุด 100,000) + ลดหย่อนส่วนตัว 60,000 + ประกันสังคมตามเงินเดือน (สูงสุด 10,500/ปี) รายการอื่นให้กรอกในช่อง "ค่าลดหย่อนเพิ่มเติม"
- ตัวเลขภาษีที่แสดงเป็นภาระภาษีทั้งปีที่แท้จริงของโบนัส — ไม่ใช่ยอดที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายในสลิปเดือนโบนัส ซึ่งมักสูงกว่าและได้คืนภายหลัง
- โบนัสที่ได้รับปีใด นับเป็นเงินได้ปีนั้น (ตามเกณฑ์เงินสด) และต้องยื่นรวมในแบบภาษีของปีนั้น
- ผลลัพธ์เป็นการประมาณการเพื่อการวางแผน อ้างอิงอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 2569 (ปีภาษี 2569 ยื่นปี 2570) กรณีซับซ้อนควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
คำถามที่พบบ่อย
โบนัสเสียภาษีเท่าไหร่?
โบนัสไม่ได้มี "อัตราภาษีโบนัส" แยกต่างหาก โบนัสเป็นเงินได้ประเภทที่ 1 ตามมาตรา 40(1) เช่นเดียวกับเงินเดือน จึงถูกนำไปรวมกับเงินเดือนทั้งปีแล้วคำนวณภาษีตามอัตราก้าวหน้า 0-35% ภาษีที่โบนัสต้องเสียจริง = ภาษีทั้งปีเมื่อรวมโบนัส ลบด้วย ภาษีทั้งปีเมื่อไม่มีโบนัส ผลก็คือโบนัสถูกเก็บภาษีที่ "ขั้นภาษีสูงสุด" ของคุณ เพราะมันวางทับบนเงินเดือนที่มีอยู่แล้ว เช่น คนที่ฐานภาษีอยู่ขั้น 10% โบนัสก็เริ่มเสีย 10% หากโบนัสก้อนใหญ่จนดันขึ้นขั้นถัดไป ส่วนที่เกินก็เสียในอัตราที่สูงขึ้น
โบนัสคิดภาษีแยกจากเงินเดือนไหม?
ไม่แยก โบนัสถูกนำไปรวมกับเงินเดือนและเงินได้ประเภท 40(1) อื่นๆ ทั้งปี แล้วคำนวณภาษีรวมเป็นก้อนเดียวตามขั้นบันได ไม่มีการหักภาษีโบนัสในอัตราคงที่แยกออกมา นี่คือจุดที่คนเข้าใจผิดบ่อยที่สุด หลายคนคิดว่าโบนัสโดนหัก "5%" หรือ "อัตราพิเศษ" แต่จริงๆ แล้วโบนัสถูกบวกเข้าไปในฐานภาษีเดิม จึงเสียภาษีในอัตราขั้นสูงสุดของคุณ เครื่องมือนี้จึงคำนวณแบบส่วนเพิ่ม (marginal) คือเทียบภาษีทั้งปีสองกรณี เพื่อบอกภาษีที่โบนัสต้องแบกจริง
ทำไมโบนัสโดนหักภาษีเยอะ?
เพราะโบนัสวางทับบนเงินเดือนที่เสียภาษีอยู่แล้ว มันจึงเริ่มนับจาก "ขั้นภาษีสูงสุด" ของคุณ ไม่ใช่ขั้น 0% หรือ 5% แรก เช่น หากเงินเดือนของคุณดันเงินได้สุทธิไปถึงขั้น 20% แล้ว โบนัสทุกบาทก็เริ่มเสียภาษี 20% ทันที ต่างจากเงินเดือนก้อนแรกของปีที่ได้ยกเว้น 150,000 บาทแรกและเริ่มที่ 5% นอกจากนี้ในเดือนที่จ่ายโบนัส นายจ้างมักคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายแบบเกลี่ยทั้งปี ทำให้ยอดหักในสลิปเดือนนั้นดูสูงผิดปกติ แต่เป็นการเก็บล่วงหน้าเท่านั้น
โบนัสหักภาษี ณ ที่จ่ายเท่าไหร่?
ในทางปฏิบัติ นายจ้างจะนำโบนัสไปรวมกับประมาณการเงินได้ทั้งปีในเดือนที่จ่าย แล้วคำนวณภาษีทั้งปีใหม่และเกลี่ยส่วนต่างมาหักในเดือนนั้น (ตามแนวคำสั่งกรมสรรพากร ป.96/2543) จึงไม่มีอัตราตายตัว เช่น 3% หรือ 5% ยอดที่ถูกหักในเดือนโบนัสจึงมักสูงกว่าปกติมาก และอาจมากกว่าภาษีที่โบนัสต้องเสียจริงทั้งปี หากถูกหักเกิน ส่วนเกินจะได้คืนตอนยื่นแบบ ภ.ง.ด.90/91 ตัวเลขหลักของเครื่องมือนี้คือภาษีส่วนเพิ่มที่โบนัสต้องเสียจริงทั้งปี ซึ่งเป็นภาระภาษีสุทธิที่แท้จริงของโบนัส
อัตราภาษีที่แท้จริงของโบนัสคำนวณอย่างไร?
อัตราภาษีที่แท้จริงของโบนัส = ภาษีที่โบนัสต้องเสีย ÷ จำนวนโบนัส × 100 หากโบนัสทั้งก้อนอยู่ในขั้นภาษีเดียว อัตราที่แท้จริงจะเท่ากับอัตราขั้นนั้นพอดี เช่น โบนัส 30,000 บาทของคนที่อยู่ขั้น 5% เสียภาษี 1,500 บาท = 5% แต่หากโบนัสก้อนใหญ่คร่อมสองขั้น (เช่น ดันจากขั้น 10% ขึ้นขั้น 15%) อัตราที่แท้จริงจะอยู่ระหว่างสองอัตรานั้น เช่น โบนัส 200,000 บาทที่คร่อมขั้น 10%/15% อาจเสียภาษีจริงประมาณ 11.7% ซึ่งต่ำกว่าขั้นสูงสุด 15%
โบนัสต้องหักประกันสังคมด้วยไหม?
ไม่ต้อง เงินสมทบประกันสังคมมาตรา 33 คำนวณจากค่าจ้างปกติเท่านั้น (ฐานสูงสุด 17,500 บาท/เดือน = สมทบสูงสุด 875 บาท/เดือน ตั้งแต่ปี 2569) โบนัส เบี้ยขยัน ค่าล่วงเวลา และเงินได้ที่ไม่ใช่ค่าจ้างประจำ ไม่ถูกนำมาคิดเงินสมทบประกันสังคมเพิ่ม ดังนั้นโบนัสจึงถูกหักเฉพาะภาษีเงินได้เท่านั้น ไม่ถูกหักประกันสังคม
ลดภาษีโบนัสได้อย่างไรบ้าง?
เพราะโบนัสเสียภาษีที่ขั้นสูงสุดของคุณ การซื้อรายการลดหย่อนเพิ่มจึงประหยัดภาษีได้ในอัตราขั้นสูงสุดเช่นกัน วิธีที่ได้ผล เช่น 1) เพิ่มเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (สูงสุด 15% ของค่าจ้าง) 2) ซื้อ SSF/RMF/Thai ESG ช่วงปลายปีก่อนรับโบนัส 3) ประกันชีวิต/ประกันสุขภาพ 4) เงินบริจาค ทุกบาทที่ลดหย่อนเพิ่มจะลดฐานภาษี ทำให้ภาษีที่โบนัสต้องเสียลดลงตามอัตราขั้นของคุณ เช่น คนขั้น 20% ลดหย่อนเพิ่ม 10,000 บาท ประหยัดภาษี 2,000 บาท
ได้โบนัสปลายปี ต้องเตรียมยื่นภาษีอย่างไร?
โบนัสที่ได้รับในปีภาษีใด ให้นับรวมเป็นเงินได้ของปีนั้น เช่น โบนัสจ่ายเดือนธันวาคม 2569 นับเป็นเงินได้ปี 2569 ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.90/91 ภายในเดือนมีนาคม 2570 (ยื่นออนไลน์ขยายถึงต้นเดือนเมษายน) ส่วนโบนัสจ่ายเดือนมกราคม 2570 จะนับเป็นเงินได้ปี 2570 นายจ้างจะออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ซึ่งรวมโบนัสไว้แล้ว ให้ใช้ยอดในเอกสารนั้นยื่นภาษี หากถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้เกิน จะได้เงินคืนภาษี