คำนวณเงินเดือนสุทธิ 2569

คำนวณเงินเดือนหลังหักประกันสังคม ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ตามกฎเกณฑ์ปี 2569 (เพดานประกันสังคมใหม่ 17,500 บาท)

ข้อมูลเงินเดือน

เงินเดือนเต็ม (Gross) ก่อนหักรายการใดๆ

อัตราเงินสะสมที่ถูกหักเข้ากองทุน (2-15%) เว้นว่างหากบริษัทไม่มีกองทุน

เช่น คู่สมรส บุตร ประกันชีวิต SSF/RMF ที่แจ้งนายจ้างไว้ (ระบบรวมค่าใช้จ่าย 100,000 + ลดหย่อนส่วนตัว 60,000 + ประกันสังคมให้แล้ว)

เงินเดือนสุทธิคืออะไร?

เงินเดือนสุทธิ (Net Salary) คือจำนวนเงินที่เข้าบัญชีธนาคารของคุณจริงในแต่ละเดือน หลังจากนายจ้างหักรายการต่างๆ ตามกฎหมายและตามข้อตกลงแล้ว ต่างจาก "เงินเดือน" ที่ระบุในสัญญาจ้างหรือใบสมัครงาน ซึ่งเป็นเงินเดือนเต็มก่อนหัก (Gross Salary) ความแตกต่างระหว่างตัวเลขสองตัวนี้คือสิ่งที่คนเริ่มงานใหม่จำนวนมากไม่ทันคาดคิด — เงินเดือน 30,000 บาท ไม่ได้แปลว่าจะได้เงินเข้าบัญชี 30,000 บาท

สำหรับพนักงานประจำในประเทศไทย รายการหักบังคับตามกฎหมายมี 2 รายการ ได้แก่ เงินสมทบประกันสังคม และภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ส่วนบริษัทที่มีสวัสดิการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จะมีการหักเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) เพิ่มอีกหนึ่งรายการตามอัตราที่พนักงานเลือก

เครื่องมือนี้คำนวณทั้ง 3 รายการให้ครบในคลิกเดียว โดยใช้กฎเกณฑ์ล่าสุดของปี 2569 ทั้งเพดานประกันสังคมใหม่ 17,500 บาท (มีผล 1 มกราคม 2569) และวิธีคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายแบบมาตรฐานตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.96/2543 เหมาะสำหรับตรวจสอบสลิปเงินเดือน เปรียบเทียบข้อเสนองานใหม่ หรือวางแผนค่าใช้จ่ายรายเดือน

เงินเดือนถูกหักอะไรบ้าง? แจกแจงทีละรายการ

1. เงินสมทบประกันสังคม — 5% (สูงสุด 875 บาท/เดือน)

ลูกจ้างมาตรา 33 ทุกคนถูกหักเงินสมทบประกันสังคม 5% ของค่าจ้าง โดยตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 เพดานค่าจ้างที่ใช้คำนวณปรับขึ้นจาก 15,000 บาท เป็น 17,500 บาท ตามกฎกระทรวงที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อเดือนธันวาคม 2568 ทำให้เงินสมทบสูงสุดเพิ่มจาก 750 บาท เป็น 875 บาท/เดือน

ช่วงเวลา เพดานค่าจ้าง หักสูงสุด/เดือน
ปี 2569-2571 (ปัจจุบัน) 17,500 บาท 875 บาท
ปี 2572-2574 20,000 บาท 1,000 บาท
ตั้งแต่ปี 2575 23,000 บาท 1,150 บาท

หากเงินเดือนต่ำกว่าเพดาน จะถูกหัก 5% ของเงินเดือนจริง เช่น เงินเดือน 15,000 บาท ถูกหัก 750 บาท เงินเดือน 12,000 บาท ถูกหัก 600 บาท เงินสมทบส่วนนี้นำไปลดหย่อนภาษีได้เต็มจำนวน (สูงสุด 10,500 บาท/ปี) ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เครื่องคำนวณประกันสังคม

2. ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

นายจ้างมีหน้าที่หักภาษีจากเงินเดือนทุกเดือนแล้วนำส่งกรมสรรพากรแทนลูกจ้าง (ยื่นแบบ ภ.ง.ด.1) วิธีคำนวณมาตรฐานตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.96/2543 คือ ประมาณการรายได้ทั้งปีจากเงินเดือน x 12 → หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน → คำนวณภาษีตามอัตราก้าวหน้า → หารด้วย 12 ได้เป็นภาษีที่หักในแต่ละเดือน

ค่าลดหย่อนพื้นฐานที่นายจ้างหักให้โดยอัตโนมัติ ได้แก่:

  • ค่าใช้จ่าย: 50% ของเงินได้ สูงสุด 100,000 บาท
  • ค่าลดหย่อนส่วนตัว: 60,000 บาท
  • เงินสมทบประกันสังคม: ตามที่จ่ายจริง (สูงสุด 10,500 บาท/ปี)
  • เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ: ตามที่ถูกหักจริง

หากมีค่าลดหย่อนอื่น เช่น คู่สมรส บุตร ประกันชีวิต SSF/RMF สามารถแจ้งนายจ้างผ่านแบบ ล.ย.01 เพื่อให้หักภาษีรายเดือนน้อยลงได้ทันที ไม่ต้องรอเงินคืนตอนสิ้นปี — ในเครื่องคำนวณนี้ให้กรอกยอดรวมค่าลดหย่อนเหล่านั้นในช่อง "ค่าลดหย่อนเพิ่มเติม"

3. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (ถ้ามี)

บริษัทที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะหักเงินสะสมจากเงินเดือนพนักงานในอัตรา 2-15% ตามที่พนักงานเลือก และนายจ้างจ่ายเงินสมทบเพิ่มให้อีกส่วนหนึ่ง เงินส่วนนี้ไม่ได้หายไป — เป็นเงินออมของคุณเองที่นำไปลงทุน และยังลดหย่อนภาษีได้ตามจริง สูงสุด 15% ของค่าจ้างและไม่เกิน 500,000 บาท/ปี ลองวางแผนเงินก้อนเกษียณได้ที่เครื่องคำนวณกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

สูตรคำนวณเงินเดือนสุทธิ

ขั้นตอนการคำนวณ:

1) ประกันสังคม/เดือน = min(เงินเดือน, 17,500) x 5% (สูงสุด 875)

2) PVD/เดือน = เงินเดือน x % ที่เลือก

3) เงินได้ทั้งปี = เงินเดือน x 12

4) เงินได้สุทธิ = เงินได้ทั้งปี - ค่าใช้จ่าย (สูงสุด 100,000) - 60,000 - ปส.ทั้งปี - PVD ทั้งปี - ลดหย่อนอื่น

5) ภาษี/เดือน = ภาษีตามขั้นบันได (0-35%) ÷ 12

6) เงินเดือนสุทธิ = เงินเดือน - ปส. - PVD - ภาษี/เดือน

อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2569 เป็นแบบขั้นบันได: เงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรกยกเว้นภาษี ส่วนที่เกินเสียภาษี 5% ไปจนถึง 35% สำหรับส่วนที่เกิน 5 ล้านบาท ดูตารางอัตราเต็มและคำนวณภาษีทั้งปีแบบละเอียด (รวมค่าลดหย่อนทุกประเภท) ได้ที่เครื่องคำนวณภาษีบุคคลธรรมดา

ตัวอย่างการคำนวณเงินเดือนสุทธิ

ตัวอย่างที่ 1: เงินเดือน 25,000 บาท (ไม่มี PVD)

  • ประกันสังคม: min(25,000, 17,500) x 5% = 875 บาท/เดือน
  • เงินได้ทั้งปี: 25,000 x 12 = 300,000 บาท
  • หักค่าใช้จ่าย 100,000 + ลดหย่อนส่วนตัว 60,000 + ปส. 10,500 = 170,500 บาท
  • เงินได้สุทธิ: 300,000 - 170,500 = 129,500 บาท → ไม่เกิน 150,000 → ภาษี 0 บาท
  • เงินเดือนสุทธิ: 25,000 - 875 = 24,125 บาท/เดือน

ตัวอย่างที่ 2: เงินเดือน 50,000 บาท (ไม่มี PVD)

  • ประกันสังคม: 875 บาท/เดือน (ชนเพดาน)
  • เงินได้ทั้งปี: 600,000 บาท → หักรวม 170,500 → เงินได้สุทธิ 429,500 บาท
  • ภาษีทั้งปี: 150,000 แรกยกเว้น + 150,000 x 5% = 7,500 + 129,500 x 10% = 12,950 → รวม 20,450 บาท
  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย: 20,450 ÷ 12 = 1,704.17 บาท/เดือน
  • เงินเดือนสุทธิ: 50,000 - 875 - 1,704.17 = 47,420.83 บาท/เดือน

ตัวอย่างที่ 3: เงินเดือน 100,000 บาท + PVD 5%

  • ประกันสังคม: 875 บาท/เดือน
  • PVD: 100,000 x 5% = 5,000 บาท/เดือน (60,000 บาท/ปี)
  • เงินได้ทั้งปี: 1,200,000 บาท → หัก 100,000 + 60,000 + 10,500 + 60,000 = 230,500
  • เงินได้สุทธิ: 969,500 บาท
  • ภาษีทั้งปี: 7,500 + 20,000 + 37,500 + 219,500 x 20% = 43,900 → รวม 108,900 บาท
  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย: 108,900 ÷ 12 = 9,075 บาท/เดือน
  • เงินเดือนสุทธิ: 100,000 - 875 - 5,000 - 9,075 = 85,050 บาท/เดือน

ตารางเงินเดือนสุทธิ 2569 — ดูด่วน

ตารางด้านล่างคำนวณจากค่าลดหย่อนพื้นฐานเท่านั้น (ค่าใช้จ่าย + ส่วนตัว + ประกันสังคม) ไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือลดหย่อนอื่น:

เงินเดือน ประกันสังคม ภาษี/เดือน เงินเดือนสุทธิ
15,000 750 0 14,250
20,000 875 0 19,125
30,000 875 164.58 28,960.42
50,000 875 1,704.17 47,420.83
100,000 875 10,197.92 88,927.08

สังเกตว่าเงินเดือนไม่เกินประมาณ 26,700 บาท จะยังไม่ถูกหักภาษีเลย เพราะเงินได้สุทธิหลังหักค่าลดหย่อนพื้นฐานไม่ถึงเกณฑ์ 150,000 บาท/ปี รายการหักเดียวที่มีคือประกันสังคม

เคล็ดลับเพิ่มเงินเดือนสุทธิ (แบบถูกกฎหมาย)

  • ยื่นแบบ ล.ย.01 กับนายจ้าง: แจ้งค่าลดหย่อนที่คุณมี เช่น คู่สมรส บุตร ประกันชีวิต ดอกเบี้ยบ้าน SSF/RMF เพื่อให้ภาษีที่หักรายเดือนลดลงทันที ไม่ต้องรอเงินคืนภาษีปีถัดไป
  • เพิ่มอัตราสะสม PVD: ทุกบาทที่สะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพลดฐานภาษีตามจริง ยิ่งฐานภาษีสูง ยิ่งประหยัดมาก — คนที่เสียภาษีขั้น 20% การสะสม PVD เพิ่ม 10,000 บาท/ปี ประหยัดภาษี 2,000 บาท
  • ซื้อ SSF/RMF ช่วงปลายปี: ช่วยลดภาษีทั้งปีและได้เงินคืนภาษีก้อนใหญ่ตอนยื่นแบบ ภ.ง.ด.91 ในเดือนมกราคม-มีนาคม
  • ตรวจสลิปเงินเดือนทุกเดือน: ตรวจว่าเงินสมทบประกันสังคมถูกหักไม่เกิน 875 บาท และภาษีสอดคล้องกับรายได้ หากถูกหักภาษีเกิน สิ้นปีขอคืนได้ แต่เท่ากับให้รัฐยืมเงินฟรีระหว่างปี
  • อย่าลืมยื่นภาษีแม้ไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษี: ผู้มีเงินได้จากงานประจำเกิน 120,000 บาท/ปี มีหน้าที่ยื่นแบบแม้คำนวณแล้วภาษีเป็นศูนย์

ข้อจำกัดและข้อควรรู้

  • เครื่องมือนี้คำนวณจากเงินเดือนประจำเท่านั้น — โบนัส ค่าล่วงเวลา และค่าคอมมิชชัน จะทำให้ภาษีหัก ณ ที่จ่ายในเดือนที่ได้รับสูงกว่าปกติ
  • ผลลัพธ์เป็นการประมาณการตามวิธีมาตรฐาน ป.96/2543 — ระบบเงินเดือนของแต่ละบริษัทอาจปัดเศษหรือเกลี่ยภาษีต่างกันเล็กน้อย
  • ภาษีที่ถูกหักรายเดือนคือ "เงินจ่ายล่วงหน้า" — ภาระภาษีจริงจะสรุปตอนยื่นแบบ ภ.ง.ด.91 สิ้นปี ซึ่งอาจได้เงินคืนหรือต้องจ่ายเพิ่ม
  • หากทำงานไม่เต็ม 12 เดือนในปีนั้น (เพิ่งเริ่มงาน/ลาออกกลางปี) การประมาณการทั้งปีจะต่างจากรายได้จริง ภาษีจริงมักน้อยกว่าที่ถูกหักไว้
  • ผู้ประกันตนที่เงินเดือนเกิน 17,500 บาททุกคน ถูกหักประกันสังคมเท่ากันคือ 875 บาท/เดือน ไม่ว่าเงินเดือนจะเป็น 20,000 หรือ 200,000 บาท

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

คำถามที่พบบ่อย

เงินเดือนสุทธิคืออะไร ต่างจากเงินเดือน Gross อย่างไร?

เงินเดือนสุทธิ (Net Salary) คือเงินที่เข้าบัญชีจริงหลังหักรายการบังคับต่างๆ แล้ว ส่วนเงินเดือน Gross คือเงินเดือนเต็มตามสัญญาจ้างก่อนหักใดๆ รายการหักหลักของพนักงานไทยได้แก่ เงินสมทบประกันสังคม 5% (สูงสุด 875 บาท/เดือน ตั้งแต่ปี 2569) ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (ถ้าบริษัทมี) ดังนั้นเงินเดือน 30,000 บาท จะเหลือเข้าบัญชีจริงประมาณ 28,960 บาท หากไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

เงินเดือนถูกหักอะไรบ้างในแต่ละเดือน?

รายการหักตามกฎหมายมี 2 รายการหลัก คือ 1) เงินสมทบประกันสังคม 5% ของค่าจ้าง คิดจากฐานสูงสุด 17,500 บาท จึงหักสูงสุด 875 บาท/เดือน และ 2) ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ซึ่งนายจ้างคำนวณจากเงินเดือนทั้งปีแล้วหารเฉลี่ยเป็นรายเดือน นอกจากนี้อาจมีรายการหักตามความสมัครใจ เช่น เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 2-15% ของเงินเดือน เงินกู้สวัสดิการ หรือสหกรณ์ออมทรัพย์ ขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัท

ประกันสังคมปี 2569 หักเดือนละเท่าไร?

ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 เพดานค่าจ้างที่ใช้คำนวณเงินสมทบประกันสังคมปรับขึ้นจาก 15,000 บาท เป็น 17,500 บาท ตามกฎกระทรวงที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อธันวาคม 2568 ลูกจ้างยังจ่ายอัตรา 5% เท่าเดิม แต่เงินสมทบสูงสุดเพิ่มจาก 750 บาท เป็น 875 บาท/เดือน ผู้ที่เงินเดือนต่ำกว่า 17,500 บาท จ่าย 5% ของเงินเดือนตามจริง เช่น เงินเดือน 15,000 บาท จ่าย 750 บาท/เดือน

เงินเดือนเท่าไรถึงเริ่มเสียภาษี?

สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่ใช้เฉพาะค่าลดหย่อนพื้นฐาน (ค่าใช้จ่าย 100,000 บาท + ลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท + ประกันสังคม 10,500 บาท) จะเริ่มมีภาระภาษีเมื่อเงินได้สุทธิเกิน 150,000 บาท/ปี ซึ่งเทียบเท่าเงินเดือนประมาณ 26,700 บาท/เดือนขึ้นไป หากเงินเดือนต่ำกว่านี้จะไม่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายเลย และหากมีค่าลดหย่อนอื่นเพิ่ม เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ประกันชีวิต จุดเริ่มเสียภาษีก็จะสูงขึ้นไปอีก

ทำไมภาษีที่บริษัทหักจริงไม่ตรงกับเครื่องคำนวณ?

มีสาเหตุหลัก 3 ประการ คือ 1) บริษัทคำนวณโดยรวมค่าลดหย่อนที่คุณแจ้งไว้ในแบบ ล.ย.01 เช่น คู่สมรส บุตร ประกันชีวิต ซึ่งทำให้ภาษีที่หักน้อยลง 2) รายได้พิเศษระหว่างปี เช่น โบนัส ค่าล่วงเวลา ค่าคอมมิชชัน จะถูกนำมารวมคำนวณในเดือนที่จ่าย ทำให้บางเดือนถูกหักมากกว่าปกติ และ 3) วิธีปัดเศษของแต่ละบริษัทอาจต่างกันเล็กน้อย เครื่องมือนี้ใช้วิธีมาตรฐานตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.96/2543 คือคูณเงินเดือนด้วย 12 คำนวณภาษีทั้งปี แล้วหาร 12

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพช่วยลดภาษีได้อย่างไร?

เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ที่ถูกหักจากเงินเดือนสามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ตามจริง สูงสุด 15% ของค่าจ้าง และไม่เกิน 500,000 บาท/ปี (รวมกับ SSF/RMF) เช่น เงินเดือน 50,000 บาท สะสม PVD 5% (2,500 บาท/เดือน หรือ 30,000 บาท/ปี) จะทำให้เงินได้สุทธิลดลง 30,000 บาท ประหยัดภาษีได้ 3,000 บาท/ปี ที่อัตราภาษี 10% แถมยังได้เงินสมทบจากนายจ้างเพิ่มอีกด้วย ถือเป็นการออมที่คุ้มที่สุดรายการหนึ่งของมนุษย์เงินเดือน

เพดานประกันสังคมจะปรับขึ้นอีกไหมในอนาคต?

ปรับขึ้นแบบขั้นบันไดตามกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2568 ดังนี้ ระยะที่ 1 ปี 2569-2571 เพดาน 17,500 บาท (สมทบสูงสุด 875 บาท/เดือน) ระยะที่ 2 ปี 2572-2574 เพดาน 20,000 บาท (สมทบสูงสุด 1,000 บาท/เดือน) และระยะที่ 3 ตั้งแต่ปี 2575 เป็นต้นไป เพดาน 23,000 บาท (สมทบสูงสุด 1,150 บาท/เดือน) การปรับเพดานนี้ทำให้เงินสมทบสูงขึ้น แต่สิทธิประโยชน์ เช่น เงินทดแทนว่างงาน เงินบำนาญชราภาพ ก็คำนวณจากฐานที่สูงขึ้นด้วย

โบนัสถูกหักภาษีอย่างไร?

โบนัสถือเป็นเงินได้ประเภทเดียวกับเงินเดือน (มาตรา 40(1)) นายจ้างจะนำโบนัสไปรวมกับประมาณการรายได้ทั้งปีเพื่อคำนวณภาษีใหม่ในเดือนที่จ่ายโบนัส ทำให้เดือนนั้นถูกหักภาษีมากกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด แต่โบนัสไม่ถูกหักประกันสังคมเพิ่ม เพราะประกันสังคมคิดจากค่าจ้างปกติเท่านั้น สิ้นปีเมื่อยื่นแบบ ภ.ง.ด.91 ภาษีทั้งหมดจะถูกเกลี่ยตามรายได้จริง หากถูกหักไว้เกินก็จะได้เงินคืนภาษี

บทความที่เกี่ยวข้อง

เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง