คำนวณเงินเดือนสุทธิ 2569
คำนวณเงินเดือนหลังหักประกันสังคม ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ตามกฎเกณฑ์ปี 2569 (เพดานประกันสังคมใหม่ 17,500 บาท)
ผลการคำนวณเงินเดือนสุทธิ
เงินเดือนสุทธิ/เดือน
฿0
รวมรายการหัก/เดือน
฿0
คิดเป็น % ของเงินเดือน
0%
รายการหักต่อเดือน
- เงินเดือน (Gross)
- ฿0
- หักประกันสังคม (5% ฐานสูงสุด 17,500)
- -฿0
- หักภาษี ณ ที่จ่าย
- -฿0
- หักกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
- -฿0
- เงินเข้าบัญชีสุทธิ
- ฿0
ที่มาของภาษีหัก ณ ที่จ่าย (คำนวณแบบทั้งปีตาม ป.96/2543)
- เงินได้ทั้งปี (เงินเดือน x 12)
- ฿0
- หักค่าใช้จ่าย (50% สูงสุด 100,000)
- -฿0
- หักค่าลดหย่อนส่วนตัว
- -฿60,000
- หักประกันสังคมทั้งปี
- -฿0
- หักกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทั้งปี
- -฿0
- หักค่าลดหย่อนเพิ่มเติม
- -฿0
- เงินได้สุทธิ
- ฿0
- ภาษีทั้งปี (อัตราก้าวหน้า 0-35%)
- ฿0
- อัตราภาษีที่แท้จริง
- 0%
เงินเดือนสุทธิคืออะไร?
เงินเดือนสุทธิ (Net Salary) คือจำนวนเงินที่เข้าบัญชีธนาคารของคุณจริงในแต่ละเดือน หลังจากนายจ้างหักรายการต่างๆ ตามกฎหมายและตามข้อตกลงแล้ว ต่างจาก "เงินเดือน" ที่ระบุในสัญญาจ้างหรือใบสมัครงาน ซึ่งเป็นเงินเดือนเต็มก่อนหัก (Gross Salary) ความแตกต่างระหว่างตัวเลขสองตัวนี้คือสิ่งที่คนเริ่มงานใหม่จำนวนมากไม่ทันคาดคิด — เงินเดือน 30,000 บาท ไม่ได้แปลว่าจะได้เงินเข้าบัญชี 30,000 บาท
สำหรับพนักงานประจำในประเทศไทย รายการหักบังคับตามกฎหมายมี 2 รายการ ได้แก่ เงินสมทบประกันสังคม และภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ส่วนบริษัทที่มีสวัสดิการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จะมีการหักเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) เพิ่มอีกหนึ่งรายการตามอัตราที่พนักงานเลือก
เครื่องมือนี้คำนวณทั้ง 3 รายการให้ครบในคลิกเดียว โดยใช้กฎเกณฑ์ล่าสุดของปี 2569 ทั้งเพดานประกันสังคมใหม่ 17,500 บาท (มีผล 1 มกราคม 2569) และวิธีคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายแบบมาตรฐานตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.96/2543 เหมาะสำหรับตรวจสอบสลิปเงินเดือน เปรียบเทียบข้อเสนองานใหม่ หรือวางแผนค่าใช้จ่ายรายเดือน
เงินเดือนถูกหักอะไรบ้าง? แจกแจงทีละรายการ
1. เงินสมทบประกันสังคม — 5% (สูงสุด 875 บาท/เดือน)
ลูกจ้างมาตรา 33 ทุกคนถูกหักเงินสมทบประกันสังคม 5% ของค่าจ้าง โดยตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 เพดานค่าจ้างที่ใช้คำนวณปรับขึ้นจาก 15,000 บาท เป็น 17,500 บาท ตามกฎกระทรวงที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อเดือนธันวาคม 2568 ทำให้เงินสมทบสูงสุดเพิ่มจาก 750 บาท เป็น 875 บาท/เดือน
| ช่วงเวลา | เพดานค่าจ้าง | หักสูงสุด/เดือน |
|---|---|---|
| ปี 2569-2571 (ปัจจุบัน) | 17,500 บาท | 875 บาท |
| ปี 2572-2574 | 20,000 บาท | 1,000 บาท |
| ตั้งแต่ปี 2575 | 23,000 บาท | 1,150 บาท |
หากเงินเดือนต่ำกว่าเพดาน จะถูกหัก 5% ของเงินเดือนจริง เช่น เงินเดือน 15,000 บาท ถูกหัก 750 บาท เงินเดือน 12,000 บาท ถูกหัก 600 บาท เงินสมทบส่วนนี้นำไปลดหย่อนภาษีได้เต็มจำนวน (สูงสุด 10,500 บาท/ปี) ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เครื่องคำนวณประกันสังคม
2. ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
นายจ้างมีหน้าที่หักภาษีจากเงินเดือนทุกเดือนแล้วนำส่งกรมสรรพากรแทนลูกจ้าง (ยื่นแบบ ภ.ง.ด.1) วิธีคำนวณมาตรฐานตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.96/2543 คือ ประมาณการรายได้ทั้งปีจากเงินเดือน x 12 → หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน → คำนวณภาษีตามอัตราก้าวหน้า → หารด้วย 12 ได้เป็นภาษีที่หักในแต่ละเดือน
ค่าลดหย่อนพื้นฐานที่นายจ้างหักให้โดยอัตโนมัติ ได้แก่:
- ค่าใช้จ่าย: 50% ของเงินได้ สูงสุด 100,000 บาท
- ค่าลดหย่อนส่วนตัว: 60,000 บาท
- เงินสมทบประกันสังคม: ตามที่จ่ายจริง (สูงสุด 10,500 บาท/ปี)
- เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ: ตามที่ถูกหักจริง
หากมีค่าลดหย่อนอื่น เช่น คู่สมรส บุตร ประกันชีวิต SSF/RMF สามารถแจ้งนายจ้างผ่านแบบ ล.ย.01 เพื่อให้หักภาษีรายเดือนน้อยลงได้ทันที ไม่ต้องรอเงินคืนตอนสิ้นปี — ในเครื่องคำนวณนี้ให้กรอกยอดรวมค่าลดหย่อนเหล่านั้นในช่อง "ค่าลดหย่อนเพิ่มเติม"
3. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (ถ้ามี)
บริษัทที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะหักเงินสะสมจากเงินเดือนพนักงานในอัตรา 2-15% ตามที่พนักงานเลือก และนายจ้างจ่ายเงินสมทบเพิ่มให้อีกส่วนหนึ่ง เงินส่วนนี้ไม่ได้หายไป — เป็นเงินออมของคุณเองที่นำไปลงทุน และยังลดหย่อนภาษีได้ตามจริง สูงสุด 15% ของค่าจ้างและไม่เกิน 500,000 บาท/ปี ลองวางแผนเงินก้อนเกษียณได้ที่เครื่องคำนวณกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
สูตรคำนวณเงินเดือนสุทธิ
ขั้นตอนการคำนวณ:
1) ประกันสังคม/เดือน = min(เงินเดือน, 17,500) x 5% (สูงสุด 875)
2) PVD/เดือน = เงินเดือน x % ที่เลือก
3) เงินได้ทั้งปี = เงินเดือน x 12
4) เงินได้สุทธิ = เงินได้ทั้งปี - ค่าใช้จ่าย (สูงสุด 100,000) - 60,000 - ปส.ทั้งปี - PVD ทั้งปี - ลดหย่อนอื่น
5) ภาษี/เดือน = ภาษีตามขั้นบันได (0-35%) ÷ 12
6) เงินเดือนสุทธิ = เงินเดือน - ปส. - PVD - ภาษี/เดือน
อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2569 เป็นแบบขั้นบันได: เงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรกยกเว้นภาษี ส่วนที่เกินเสียภาษี 5% ไปจนถึง 35% สำหรับส่วนที่เกิน 5 ล้านบาท ดูตารางอัตราเต็มและคำนวณภาษีทั้งปีแบบละเอียด (รวมค่าลดหย่อนทุกประเภท) ได้ที่เครื่องคำนวณภาษีบุคคลธรรมดา
ตัวอย่างการคำนวณเงินเดือนสุทธิ
ตัวอย่างที่ 1: เงินเดือน 25,000 บาท (ไม่มี PVD)
- ประกันสังคม: min(25,000, 17,500) x 5% = 875 บาท/เดือน
- เงินได้ทั้งปี: 25,000 x 12 = 300,000 บาท
- หักค่าใช้จ่าย 100,000 + ลดหย่อนส่วนตัว 60,000 + ปส. 10,500 = 170,500 บาท
- เงินได้สุทธิ: 300,000 - 170,500 = 129,500 บาท → ไม่เกิน 150,000 → ภาษี 0 บาท
- เงินเดือนสุทธิ: 25,000 - 875 = 24,125 บาท/เดือน
ตัวอย่างที่ 2: เงินเดือน 50,000 บาท (ไม่มี PVD)
- ประกันสังคม: 875 บาท/เดือน (ชนเพดาน)
- เงินได้ทั้งปี: 600,000 บาท → หักรวม 170,500 → เงินได้สุทธิ 429,500 บาท
- ภาษีทั้งปี: 150,000 แรกยกเว้น + 150,000 x 5% = 7,500 + 129,500 x 10% = 12,950 → รวม 20,450 บาท
- ภาษีหัก ณ ที่จ่าย: 20,450 ÷ 12 = 1,704.17 บาท/เดือน
- เงินเดือนสุทธิ: 50,000 - 875 - 1,704.17 = 47,420.83 บาท/เดือน
ตัวอย่างที่ 3: เงินเดือน 100,000 บาท + PVD 5%
- ประกันสังคม: 875 บาท/เดือน
- PVD: 100,000 x 5% = 5,000 บาท/เดือน (60,000 บาท/ปี)
- เงินได้ทั้งปี: 1,200,000 บาท → หัก 100,000 + 60,000 + 10,500 + 60,000 = 230,500
- เงินได้สุทธิ: 969,500 บาท
- ภาษีทั้งปี: 7,500 + 20,000 + 37,500 + 219,500 x 20% = 43,900 → รวม 108,900 บาท
- ภาษีหัก ณ ที่จ่าย: 108,900 ÷ 12 = 9,075 บาท/เดือน
- เงินเดือนสุทธิ: 100,000 - 875 - 5,000 - 9,075 = 85,050 บาท/เดือน
ตารางเงินเดือนสุทธิ 2569 — ดูด่วน
ตารางด้านล่างคำนวณจากค่าลดหย่อนพื้นฐานเท่านั้น (ค่าใช้จ่าย + ส่วนตัว + ประกันสังคม) ไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือลดหย่อนอื่น:
| เงินเดือน | ประกันสังคม | ภาษี/เดือน | เงินเดือนสุทธิ |
|---|---|---|---|
| 15,000 | 750 | 0 | 14,250 |
| 20,000 | 875 | 0 | 19,125 |
| 30,000 | 875 | 164.58 | 28,960.42 |
| 50,000 | 875 | 1,704.17 | 47,420.83 |
| 100,000 | 875 | 10,197.92 | 88,927.08 |
สังเกตว่าเงินเดือนไม่เกินประมาณ 26,700 บาท จะยังไม่ถูกหักภาษีเลย เพราะเงินได้สุทธิหลังหักค่าลดหย่อนพื้นฐานไม่ถึงเกณฑ์ 150,000 บาท/ปี รายการหักเดียวที่มีคือประกันสังคม
เคล็ดลับเพิ่มเงินเดือนสุทธิ (แบบถูกกฎหมาย)
- ยื่นแบบ ล.ย.01 กับนายจ้าง: แจ้งค่าลดหย่อนที่คุณมี เช่น คู่สมรส บุตร ประกันชีวิต ดอกเบี้ยบ้าน SSF/RMF เพื่อให้ภาษีที่หักรายเดือนลดลงทันที ไม่ต้องรอเงินคืนภาษีปีถัดไป
- เพิ่มอัตราสะสม PVD: ทุกบาทที่สะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพลดฐานภาษีตามจริง ยิ่งฐานภาษีสูง ยิ่งประหยัดมาก — คนที่เสียภาษีขั้น 20% การสะสม PVD เพิ่ม 10,000 บาท/ปี ประหยัดภาษี 2,000 บาท
- ซื้อ SSF/RMF ช่วงปลายปี: ช่วยลดภาษีทั้งปีและได้เงินคืนภาษีก้อนใหญ่ตอนยื่นแบบ ภ.ง.ด.91 ในเดือนมกราคม-มีนาคม
- ตรวจสลิปเงินเดือนทุกเดือน: ตรวจว่าเงินสมทบประกันสังคมถูกหักไม่เกิน 875 บาท และภาษีสอดคล้องกับรายได้ หากถูกหักภาษีเกิน สิ้นปีขอคืนได้ แต่เท่ากับให้รัฐยืมเงินฟรีระหว่างปี
- อย่าลืมยื่นภาษีแม้ไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษี: ผู้มีเงินได้จากงานประจำเกิน 120,000 บาท/ปี มีหน้าที่ยื่นแบบแม้คำนวณแล้วภาษีเป็นศูนย์
ข้อจำกัดและข้อควรรู้
- เครื่องมือนี้คำนวณจากเงินเดือนประจำเท่านั้น — โบนัส ค่าล่วงเวลา และค่าคอมมิชชัน จะทำให้ภาษีหัก ณ ที่จ่ายในเดือนที่ได้รับสูงกว่าปกติ
- ผลลัพธ์เป็นการประมาณการตามวิธีมาตรฐาน ป.96/2543 — ระบบเงินเดือนของแต่ละบริษัทอาจปัดเศษหรือเกลี่ยภาษีต่างกันเล็กน้อย
- ภาษีที่ถูกหักรายเดือนคือ "เงินจ่ายล่วงหน้า" — ภาระภาษีจริงจะสรุปตอนยื่นแบบ ภ.ง.ด.91 สิ้นปี ซึ่งอาจได้เงินคืนหรือต้องจ่ายเพิ่ม
- หากทำงานไม่เต็ม 12 เดือนในปีนั้น (เพิ่งเริ่มงาน/ลาออกกลางปี) การประมาณการทั้งปีจะต่างจากรายได้จริง ภาษีจริงมักน้อยกว่าที่ถูกหักไว้
- ผู้ประกันตนที่เงินเดือนเกิน 17,500 บาททุกคน ถูกหักประกันสังคมเท่ากันคือ 875 บาท/เดือน ไม่ว่าเงินเดือนจะเป็น 20,000 หรือ 200,000 บาท
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
คำถามที่พบบ่อย
เงินเดือนสุทธิคืออะไร ต่างจากเงินเดือน Gross อย่างไร?
เงินเดือนสุทธิ (Net Salary) คือเงินที่เข้าบัญชีจริงหลังหักรายการบังคับต่างๆ แล้ว ส่วนเงินเดือน Gross คือเงินเดือนเต็มตามสัญญาจ้างก่อนหักใดๆ รายการหักหลักของพนักงานไทยได้แก่ เงินสมทบประกันสังคม 5% (สูงสุด 875 บาท/เดือน ตั้งแต่ปี 2569) ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (ถ้าบริษัทมี) ดังนั้นเงินเดือน 30,000 บาท จะเหลือเข้าบัญชีจริงประมาณ 28,960 บาท หากไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
เงินเดือนถูกหักอะไรบ้างในแต่ละเดือน?
รายการหักตามกฎหมายมี 2 รายการหลัก คือ 1) เงินสมทบประกันสังคม 5% ของค่าจ้าง คิดจากฐานสูงสุด 17,500 บาท จึงหักสูงสุด 875 บาท/เดือน และ 2) ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ซึ่งนายจ้างคำนวณจากเงินเดือนทั้งปีแล้วหารเฉลี่ยเป็นรายเดือน นอกจากนี้อาจมีรายการหักตามความสมัครใจ เช่น เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 2-15% ของเงินเดือน เงินกู้สวัสดิการ หรือสหกรณ์ออมทรัพย์ ขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัท
ประกันสังคมปี 2569 หักเดือนละเท่าไร?
ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 เพดานค่าจ้างที่ใช้คำนวณเงินสมทบประกันสังคมปรับขึ้นจาก 15,000 บาท เป็น 17,500 บาท ตามกฎกระทรวงที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อธันวาคม 2568 ลูกจ้างยังจ่ายอัตรา 5% เท่าเดิม แต่เงินสมทบสูงสุดเพิ่มจาก 750 บาท เป็น 875 บาท/เดือน ผู้ที่เงินเดือนต่ำกว่า 17,500 บาท จ่าย 5% ของเงินเดือนตามจริง เช่น เงินเดือน 15,000 บาท จ่าย 750 บาท/เดือน
เงินเดือนเท่าไรถึงเริ่มเสียภาษี?
สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่ใช้เฉพาะค่าลดหย่อนพื้นฐาน (ค่าใช้จ่าย 100,000 บาท + ลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท + ประกันสังคม 10,500 บาท) จะเริ่มมีภาระภาษีเมื่อเงินได้สุทธิเกิน 150,000 บาท/ปี ซึ่งเทียบเท่าเงินเดือนประมาณ 26,700 บาท/เดือนขึ้นไป หากเงินเดือนต่ำกว่านี้จะไม่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายเลย และหากมีค่าลดหย่อนอื่นเพิ่ม เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ประกันชีวิต จุดเริ่มเสียภาษีก็จะสูงขึ้นไปอีก
ทำไมภาษีที่บริษัทหักจริงไม่ตรงกับเครื่องคำนวณ?
มีสาเหตุหลัก 3 ประการ คือ 1) บริษัทคำนวณโดยรวมค่าลดหย่อนที่คุณแจ้งไว้ในแบบ ล.ย.01 เช่น คู่สมรส บุตร ประกันชีวิต ซึ่งทำให้ภาษีที่หักน้อยลง 2) รายได้พิเศษระหว่างปี เช่น โบนัส ค่าล่วงเวลา ค่าคอมมิชชัน จะถูกนำมารวมคำนวณในเดือนที่จ่าย ทำให้บางเดือนถูกหักมากกว่าปกติ และ 3) วิธีปัดเศษของแต่ละบริษัทอาจต่างกันเล็กน้อย เครื่องมือนี้ใช้วิธีมาตรฐานตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.96/2543 คือคูณเงินเดือนด้วย 12 คำนวณภาษีทั้งปี แล้วหาร 12
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพช่วยลดภาษีได้อย่างไร?
เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ที่ถูกหักจากเงินเดือนสามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ตามจริง สูงสุด 15% ของค่าจ้าง และไม่เกิน 500,000 บาท/ปี (รวมกับ SSF/RMF) เช่น เงินเดือน 50,000 บาท สะสม PVD 5% (2,500 บาท/เดือน หรือ 30,000 บาท/ปี) จะทำให้เงินได้สุทธิลดลง 30,000 บาท ประหยัดภาษีได้ 3,000 บาท/ปี ที่อัตราภาษี 10% แถมยังได้เงินสมทบจากนายจ้างเพิ่มอีกด้วย ถือเป็นการออมที่คุ้มที่สุดรายการหนึ่งของมนุษย์เงินเดือน
เพดานประกันสังคมจะปรับขึ้นอีกไหมในอนาคต?
ปรับขึ้นแบบขั้นบันไดตามกฎกระทรวงฯ พ.ศ. 2568 ดังนี้ ระยะที่ 1 ปี 2569-2571 เพดาน 17,500 บาท (สมทบสูงสุด 875 บาท/เดือน) ระยะที่ 2 ปี 2572-2574 เพดาน 20,000 บาท (สมทบสูงสุด 1,000 บาท/เดือน) และระยะที่ 3 ตั้งแต่ปี 2575 เป็นต้นไป เพดาน 23,000 บาท (สมทบสูงสุด 1,150 บาท/เดือน) การปรับเพดานนี้ทำให้เงินสมทบสูงขึ้น แต่สิทธิประโยชน์ เช่น เงินทดแทนว่างงาน เงินบำนาญชราภาพ ก็คำนวณจากฐานที่สูงขึ้นด้วย
โบนัสถูกหักภาษีอย่างไร?
โบนัสถือเป็นเงินได้ประเภทเดียวกับเงินเดือน (มาตรา 40(1)) นายจ้างจะนำโบนัสไปรวมกับประมาณการรายได้ทั้งปีเพื่อคำนวณภาษีใหม่ในเดือนที่จ่ายโบนัส ทำให้เดือนนั้นถูกหักภาษีมากกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด แต่โบนัสไม่ถูกหักประกันสังคมเพิ่ม เพราะประกันสังคมคิดจากค่าจ้างปกติเท่านั้น สิ้นปีเมื่อยื่นแบบ ภ.ง.ด.91 ภาษีทั้งหมดจะถูกเกลี่ยตามรายได้จริง หากถูกหักไว้เกินก็จะได้เงินคืนภาษี