คู่มือภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ไทย: เมื่อไรต้องจด เก็บ และยื่นอย่างไร
คู่มือ VAT 7% ฉบับสมบูรณ์: ใครต้องจดทะเบียน คำนวณและเรียกเก็บยังไง ยื่นแบบเมื่อไร และขอภาษีซื้อคืนอย่างไร
VAT ในประเทศไทยคืออะไร?
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Value Added Tax หรือ VAT) คือภาษีการบริโภคที่เก็บในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่วัตถุดิบไปจนถึงการขายปลีกสู่ผู้บริโภคคนสุดท้าย ในประเทศไทย VAT อยู่ภายใต้ ประมวลรัษฎากร (ภาค 4) และบริหารจัดการโดย กรมสรรพากร ทุกครั้งที่สินค้าหรือบริการเปลี่ยนมือในเชิงพาณิชย์ ผู้ขายมีหน้าที่เก็บ VAT จากผู้ซื้อและนำส่งรัฐบาล
ประเทศไทยเริ่มใช้ระบบ VAT ในปี พ.ศ. 2535 แทนที่ภาษีธุรกิจการค้า (Business Tax) เดิม อัตราตามกฎหมายที่กำหนดไว้ในประมวลรัษฎากรคือ 10% แต่รัฐบาลได้ลดอัตราเหลือ 7% มาตั้งแต่ปี 2540 ผ่านพระราชกฤษฎีกาที่ต่ออายุต่อเนื่องกันมา และยังคงบังคับใช้ในปัจจุบัน
VAT ไหลผ่านห่วงโซ่อุปทานอย่างไร
VAT เป็นภาษีหลายขั้นตอน แต่ภาระภาษีทั้งหมดตกที่ผู้บริโภคคนสุดท้าย ตัวอย่างง่ายๆ:
- โรงงาน ผลิตเมล็ดกาแฟและขายให้ผู้ค้าส่งราคา ฿100 + VAT ฿7 = ฿107 โรงงานนำส่งกรมสรรพากร ฿7
- ผู้ค้าส่ง ซื้อมาที่ ฿107 และขายให้ร้านกาแฟที่ ฿200 + VAT ฿14 = ฿214 นำส่งกรมสรรพากร ฿14 − ฿7 (หักภาษีซื้อ) = ฿7 สุทธิ
- ร้านกาแฟ ซื้อมาที่ ฿214 และขายให้ลูกค้าที่ ฿400 + VAT ฿28 = ฿428 นำส่งกรมสรรพากร ฿28 − ฿14 = ฿14 สุทธิ
VAT รวมทุกขั้นตอน (฿7 + ฿7 + ฿14 = ฿28) เท่ากับ 7% ของราคาขายสุดท้ายพอดี กลไกการหักภาษีซื้อนี้คือหัวใจของระบบ VAT — แต่ละธุรกิจจ่ายเฉพาะ VAT สุทธิบน มูลค่าที่ตนเองเพิ่มขึ้น เท่านั้น
ใครต้องจดทะเบียน VAT?
เกณฑ์รายได้ 1.8 ล้านบาท
บุคคลหรือนิติบุคคลใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดา ห้างหุ้นส่วน บริษัท หรือธุรกิจต่างชาติ ที่ขายสินค้าหรือให้บริการในประเทศไทยและมี รายรับต่อปีเกิน 1,800,000 บาท จากกิจกรรมที่อยู่ในข่าย VAT จะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เกณฑ์นี้ใช้กับรายรับรวมจากทุกกิจกรรมที่อยู่ในบังคับ VAT
เกณฑ์ 1.8 ล้านบาทนับสะสมต่อเนื่อง ไม่จำเป็นต้องเป็นปีปฏิทิน ถ้าเปิดกิจการเดือนกรกฎาคมและรายรับถึง 1.8 ล้านบาทในเดือนพฤศจิกายน ต้องจดทะเบียนในเดือนนั้น ไม่ใช่รอถึงต้นปีถัดไป
ใครได้รับยกเว้นไม่ต้องจดทะเบียน?
แม้รายรับจะเกิน 1.8 ล้านบาท กิจการบางประเภท ได้รับยกเว้น VAT โดยสิ้นเชิง จึงไม่ต้องจดทะเบียน:
- กิจการที่ รายรับทั้งหมด มาจากสินค้าหรือบริการที่ได้รับยกเว้น VAT (ดูหัวข้อ รายการที่ได้รับยกเว้น)
- ผู้ค้ารายย่อยบางรายที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด
- องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรและหน่วยงานราชการบางประเภท
การจดทะเบียนโดยสมัครใจ
กิจการที่มีรายรับ ต่ำกว่า 1.8 ล้านบาท สามารถจดทะเบียน VAT โดยสมัครใจได้ ซึ่งมีประโยชน์เชิงกลยุทธ์ดังนี้:
- ขอคืนภาษีซื้อ: VAT ที่จ่ายในการซื้อของเพื่อธุรกิจสามารถนำมาหักได้ ลดต้นทุนที่แท้จริง
- ภาพลักษณ์ทางธุรกิจ: ลูกค้าองค์กรที่จดทะเบียน VAT เองต้องการใบกำกับภาษีเต็มรูปเพื่อใช้ขอคืนภาษีซื้อ ร้านค้าที่จด VAT จึงน่าเชื่อถือกว่าในสายตาลูกค้า B2B
- การเงินและสัญญา: การจด VAT เสริมความน่าเชื่อถือสำหรับการขอสินเชื่อและสัญญากับภาครัฐ
ข้อเสียคือภาระด้านการบริหาร ได้แก่ การยื่นแบบรายเดือน การเก็บรักษาเอกสาร และข้อกำหนดด้านใบกำกับภาษี
VAT ทำงานอย่างไร: ภาษีขายและภาษีซื้อ
เมื่อจดทะเบียน VAT แล้ว ทุกธุรกรรมในกิจการจะมีมิติ VAT สองด้าน: ภาษีขาย (สิ่งที่เราเก็บจากลูกค้า) และ ภาษีซื้อ (สิ่งที่เราจ่ายให้ซัพพลายเออร์) จำนวนสุทธิที่นำส่งกรมสรรพากรคือส่วนต่างของทั้งสอง
ภาษีขาย (Output Tax)
ภาษีขายคือ VAT ที่ เรียกเก็บจากลูกค้า เมื่อขายสินค้าหรือให้บริการ เช่น ออกใบกำกับภาษีมูลค่า ฿1,000 + VAT 7% ลูกค้าจ่าย ฿1,070 โดย ฿70 คือภาษีขาย ซึ่งเป็นเงินของรัฐที่เราเก็บแทนชั่วคราว
ภาษีซื้อ (Input Tax)
ภาษีซื้อคือ VAT ที่ จ่ายให้ซัพพลายเออร์ เมื่อซื้อสินค้าหรือบริการเพื่อธุรกิจ เช่น ซื้อวัตถุดิบ ฿500 + VAT 7% = ฿535 โดย ฿35 คือภาษีซื้อที่สามารถนำมาหักออกจากภาษีขายที่ต้องนำส่ง
VAT สุทธิที่ต้องนำส่ง
VAT ที่ต้องชำระ = ภาษีขาย − ภาษีซื้อ
ตัวอย่างจริง: ร้านกาแฟในเดือนหนึ่ง
ยอดขาย (ภาษีขาย):
- ยอดขายกาแฟและอาหาร (รวม VAT): ฿50,000
- ภาษีขายที่เก็บจากลูกค้า: ฿50,000 ÷ 1.07 × 0.07 = ฿3,271
ยอดซื้อ (ภาษีซื้อ):
- เมล็ดกาแฟ นม น้ำตาล: ฿10,000 + VAT → ภาษีซื้อ ฿700
- บรรจุภัณฑ์: ฿5,000 + VAT → ภาษีซื้อ ฿350
- อุปกรณ์ทำความสะอาด: ฿1,000 + VAT → ภาษีซื้อ ฿70
รวมภาษีซื้อ = ฿700 + ฿350 + ฿70 = ฿1,120
VAT สุทธิที่ต้องนำส่ง: ฿3,271 (ภาษีขาย) − ฿1,120 (ภาษีซื้อ) = ฿2,151 นำส่งกรมสรรพากร
ร้านกาแฟได้รับรายได้จริง ฿50,000 − ฿3,271 = ฿46,729 ส่วน ฿2,151 เป็นเงิน VAT สุทธิที่ส่งต่อให้รัฐบาล
วิธีคำนวณ VAT
มีสองสถานการณ์ที่พบบ่อย: การบวก VAT เข้าไปในราคา (เมื่อกำหนดราคาขาย) และการแยก VAT ออกจากราคารวม (เมื่อต้องหาส่วน VAT จากยอดที่รับมา)
บวก VAT เข้าไปในราคา (ราคาก่อน VAT → ราคารวม VAT)
ราคารวม VAT = ราคาก่อน VAT × 1.07
ตัวอย่าง: ให้บริการที่ปรึกษาราคา ฿20,000 (ก่อน VAT) ยอดในใบกำกับภาษีคือ: ฿20,000 × 1.07 = ฿21,400 (ในนั้น ฿1,400 คือ VAT)
แยก VAT ออกจากราคารวม VAT
ยอด VAT = ราคารวม VAT ÷ 1.07 × 0.07
ตัวอย่าง: ลูกค้าจ่าย ฿5,350 รวมทุกอย่าง ยอด VAT คือ: ฿5,350 ÷ 1.07 × 0.07 = ฿350 (ราคาก่อน VAT = ฿5,000)
ตารางอ้างอิงด่วน
| ราคาก่อน VAT (฿) | VAT 7% (฿) | ราคารวม VAT (฿) |
|---|---|---|
| 100 | 7 | 107 |
| 500 | 35 | 535 |
| 1,000 | 70 | 1,070 |
| 5,000 | 350 | 5,350 |
| 10,000 | 700 | 10,700 |
| 50,000 | 3,500 | 53,500 |
| 100,000 | 7,000 | 107,000 |
| 500,000 | 35,000 | 535,000 |
| 1,000,000 | 70,000 | 1,070,000 |
VAT สำหรับสินค้านำเข้า
ถ้านำเข้าสินค้ามาจากต่างประเทศ VAT 7% คำนวณจาก ราคา CIF บวกอากรขาเข้า:
VAT นำเข้า = (ราคา CIF + อากรขาเข้า) × 7%
VAT นำเข้าที่ชำระไว้กับกรมศุลกากรสามารถนำมาเป็นภาษีซื้อในแบบ ภ.พ.30 ได้ หากมีเอกสารศุลกากรครบถ้วน
สินค้าและบริการที่ได้รับยกเว้น VAT
ไม่ใช่ทุกอย่างจะต้องเสีย VAT ประมวลรัษฎากรแบ่งออกเป็นสองประเภท: รายการที่ ได้รับยกเว้น (ไม่ต้องเสีย VAT เลย) และรายการที่ใช้ อัตราศูนย์ (VAT 0%) ความแตกต่างนี้สำคัญมาก เพราะผู้ที่ขายสินค้า 0% ยังสามารถจด VAT และขอคืนภาษีซื้อได้ แต่ผู้ขายสินค้าที่ได้รับยกเว้นโดยทั่วไปไม่สามารถทำได้
รายการอัตราศูนย์ (0%)
รายการเหล่านี้อยู่ในบังคับ VAT แต่คิดที่ 0% ผู้ขายสามารถจด VAT และขอคืนภาษีซื้อได้เต็มที่
| ประเภท | ตัวอย่าง |
|---|---|
| สินค้าส่งออก | สินค้าทุกประเภทที่ส่งออกจากประเทศไทย |
| บริการระหว่างประเทศ | บริการที่ให้แก่ผู้ใช้ในต่างประเทศ |
| การขนส่งระหว่างประเทศ | สายการบิน บริษัทเดินเรือ |
| สินค้าขายให้สถานทูต | ตามสิทธิทางการทูต |
รายการที่ได้รับยกเว้น VAT
รายการที่ได้รับยกเว้นอยู่นอกระบบ VAT โดยสิ้นเชิง ผู้ขายสินค้า/บริการที่ได้รับยกเว้นไม่สามารถจด VAT และขอคืนภาษีซื้อที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมนั้นได้
| ประเภท | รายการเฉพาะ |
|---|---|
| เกษตรกรรม | สินค้าเกษตรแปรรูปขั้นต้น สัตว์มีชีวิต สัตว์น้ำ พืชผล (ยังไม่ผ่านกระบวนการ) |
| ปัจจัยการผลิต | ปุ๋ย อาหารสัตว์ ยาฆ่าแมลง สารเคมีทางการเกษตร |
| สื่อสิ่งพิมพ์ | หนังสือพิมพ์ นิตยสาร หนังสือเรียน |
| การศึกษา | บริการการศึกษาจากสถาบันที่ได้รับอนุญาต |
| สาธารณสุข | บริการทางการแพทย์ บริการห้องปฏิบัติการทางคลินิก |
| การขนส่ง | การขนส่งผู้โดยสารภายในประเทศ (รถโดยสาร รถไฟ เรือโดยสาร) |
| การเงิน | บริการธนาคาร (ดอกเบี้ยเงินฝาก/กู้) เบี้ยประกันชีวิต ซื้อขายหลักทรัพย์ |
| อสังหาริมทรัพย์ | การให้เช่าที่อยู่อาศัย (เช่าเพื่อพาณิชย์ต้องเสีย VAT) |
| ราชการ | สินค้าที่ส่วนราชการจำหน่ายโดยไม่มุ่งหากำไร |
การยื่นและชำระ VAT รายเดือน
แบบ ภ.พ.30 — แบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม
ผู้จดทะเบียน VAT ทุกรายต้องยื่น แบบ ภ.พ.30 เดือนละหนึ่งครั้ง ครอบคลุมธุรกรรมทั้งหมดในเดือนปฏิทินนั้น ไม่มีตัวเลือกรายไตรมาส — การยื่นรายเดือนเป็นข้อบังคับสำหรับทุกขนาดกิจการ
กำหนดเวลายื่น:
| ช่องทางการยื่น | กำหนดเวลา |
|---|---|
| ยื่นกระดาษที่สำนักงานสรรพากร | วันที่ 15 ของเดือนถัดไป |
| ยื่นออนไลน์ผ่าน efiling.rd.go.th | วันที่ 23 ของเดือนถัดไป |
ข้อมูลที่ต้องกรอกในแบบ ภ.พ.30
- ยอดภาษีขายรวม — VAT ทั้งหมดที่เก็บจากการขายในเดือนนั้น
- ยอดภาษีซื้อรวม — VAT ทั้งหมดที่จ่ายในการซื้อเพื่อกิจการในเดือนนั้น
- VAT สุทธิที่ต้องนำส่ง — ส่วนต่าง หรือยอดขอคืน
- รายละเอียดยอดขายอัตราศูนย์และยอดขายที่ได้รับยกเว้น (แยกรายงาน)
กิจการที่มีหลายสาขา
ถ้ามีมากกว่าหนึ่งสาขา สามารถเลือกยื่น:
- แบบรวม สำหรับทุกสาขาที่สำนักงานใหญ่
- แบบแยก สำหรับแต่ละสาขาที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่
กิจการที่มีหลายสาขาส่วนใหญ่เลือกยื่นรวมเพื่อความสะดวกในการบริหาร
การเก็บรักษาเอกสาร VAT
ต้องเก็บรักษาใบกำกับภาษีทั้งที่ออกและที่รับมา รวมถึงสมุดรายวัน VAT และเอกสารประกอบ อย่างน้อย 5 ปี นับจากวันที่ยื่นแบบ กรมสรรพากรสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ภายใน 5 ปี การเก็บเอกสารดิจิทัลได้รับการยอมรับ แต่ต้องอ่านได้ชัดเจนและครบถ้วน
ข้อกำหนดในใบกำกับภาษีเต็มรูป
ทุกการขายให้ลูกค้าที่จด VAT ต้องออก ใบกำกับภาษีเต็มรูป ที่มีรายการดังนี้:
- คำว่า “ใบกำกับภาษี” แสดงชัดเจน
- ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลักของผู้ขาย
- ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ซื้อ (ถ้ามี)
- เลขที่และวันที่ใบกำกับภาษี
- รายการสินค้า/บริการ จำนวน และราคาต่อหน่วย
- มูลค่าสินค้าและยอด VAT แยกแสดงชัดเจน
- ยอดรวมทั้งสิ้นรวม VAT
การขอคืนภาษีซื้อ
เมื่อไรที่จะได้คืนภาษี
ถ้าภาษีซื้อเดือนใดสูงกว่าภาษีขาย — ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยสำหรับผู้ส่งออก กิจการที่อยู่ในช่วงลงทุนเริ่มต้น หรือกิจการที่มีการซื้อครั้งเดียวจำนวนมาก — มีสิทธิ์ขอ คืนภาษี จากกรมสรรพากร
เมื่อมีภาษีซื้อส่วนเกิน มีสองทางเลือก:
- ยกยอดไปเดือนถัดไป เพื่อหักกับภาษีขายเดือนต่อๆ ไป
- ขอคืนเป็นเงินสด โดยเลือกตัวเลือกขอคืนในแบบ ภ.พ.30
กิจการส่วนใหญ่ยกยอดเล็กน้อยจากเดือนเป็นเดือน การขอคืนเงินสดพบบ่อยในหมู่ผู้ส่งออกที่มีภาษีซื้อสูงและภาษีขายเป็นศูนย์อย่างต่อเนื่อง
กระบวนการขอคืนภาษี
เมื่อยื่นขอคืนเงินสด กรมสรรพากรจะ:
- ตรวจสอบแบบ ภ.พ.30 และเอกสารประกอบ
- ทำการตรวจสอบโต๊ะ (และบางกรณีตรวจสอบภาคสนาม) เพื่อยืนยันภาษีซื้อ
- คืนเงินภายใน 30 วัน สำหรับกรณีความเสี่ยงต่ำ หรือ 90 วัน สำหรับกรณีที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม
สถานการณ์ที่พบบ่อยเมื่อได้คืนภาษี
- ผู้ส่งออก: ยอดขายอัตราศูนย์ทำให้ภาษีขายเป็น ฿0 ขณะที่ภาษีซื้อจากต้นทุนการผลิตสูง
- การลงทุนในสินทรัพย์: การซื้อเครื่องจักร อุปกรณ์ หรืออาคาร ทำให้ภาษีซื้อพุ่งสูงชั่วคราว
- ธุรกิจตามฤดูกาล: เดือนที่ยอดขายน้อยแต่ยังมีการซื้อวัตถุดิบต่อเนื่อง
- ช่วงเริ่มกิจการ: เดือนแรกๆ มักมีต้นทุนตั้งต้นสูงก่อนที่รายได้จะเพิ่มขึ้น
ภาษีซื้อที่ขอคืนไม่ได้
ไม่ใช่ VAT ทุกบาทที่จ่ายไปจะเป็นภาษีซื้อที่ขอได้ รายการต่อไปนี้เป็น ภาษีซื้อต้องห้าม:
| สถานการณ์ | เหตุผลที่ขอคืนไม่ได้ |
|---|---|
| การซื้อเพื่อใช้ส่วนตัว | ไม่ใช่เพื่อกิจการ |
| ค่าบันเทิงเกิน ฿1,000 ต่อครั้งต่อคน | กฎหมายกำหนดขีดจำกัด |
| ซื้อรถยนต์นั่งส่วนบุคคล (ไม่เกิน 10 ที่นั่ง) | ได้รับยกเว้นเฉพาะโดยกฎหมาย |
| ซื้อจากผู้ขายที่ไม่ได้จด VAT | ไม่มีใบกำกับภาษีที่ถูกต้อง |
| ใบกำกับภาษีที่ไม่สมบูรณ์หรือไม่ถูกต้อง | ขาดรายการที่กฎหมายกำหนด |
บทลงโทษ: ไม่จด ไม่ยื่น ยื่นช้า
ไม่จดทะเบียน VAT
หากรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทแล้วไม่จดทะเบียนภายใน 30 วัน จะต้องรับผิดชอบ:
- VAT ย้อนหลังทั้งหมด นับจากวันที่ควรจะจดทะเบียน
- เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน ของ VAT ที่ค้างชำระ
- ค่าปรับสูงสุด ฿2,000 สำหรับความผิดฐานไม่จดทะเบียน
ตัวอย่าง: กิจการที่มีรายรับ ฿200,000/เดือน และไม่ได้จด VAT เป็นเวลา 6 เดือน จะมี VAT ค้างชำระประมาณ ฿84,000 (7% × 12 เดือน × ฿200,000) บวกกับเงินเพิ่มอีก
ยื่นแบบ ภ.พ.30 ช้า
| ความผิด | บทลงโทษ |
|---|---|
| ยื่นหลังวันที่ 15 (หรือ 23 สำหรับ e-filing) แต่ชำระภาษีครบ | ค่าปรับ ฿500 |
| ยื่นช้าพร้อมภาษีค้างชำระ | ค่าปรับ ฿500 + เงินเพิ่ม 1.5%/เดือน ของยอดค้างชำระ |
| ไม่ยื่นแบบ | ค่าปรับ ฿500 ถึง ฿5,000 (เจ้าหน้าที่เป็นผู้กำหนด) + เงินเพิ่ม |
ออกใบกำกับภาษีเท็จหรือไม่ถูกต้อง
การออกใบกำกับภาษีที่แสดงยอด VAT เกินความเป็นจริง (เพื่อสร้างภาษีซื้อปลอมให้ผู้ซื้อ) ถือเป็นความผิดร้ายแรง:
- ดำเนินคดีอาญา ตามประมวลรัษฎากร
- ค่าปรับไม่น้อยกว่า 2 เท่า ของยอดที่แสดงเกิน
- อาจถูกจำคุกในกรณีร้ายแรง
การประเมินภาษีเพิ่มเติม
การแจ้งรายได้ต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างจงใจเพื่อลดภาษีขายอาจส่งผลให้:
- ประเมินภาษีเพิ่มพร้อมเงินเพิ่ม 1.5%/เดือน
- เบี้ยปรับเพิ่ม 100% ถึง 200% ของภาษีที่ค้างชำระ (ขึ้นอยู่กับเจตนาและดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่)
การเปิดเผยข้อมูลโดยสมัครใจช่วยลดโทษ
หากพบว่าเคยยื่นข้อมูลผิดพลาดหรือขาดการยื่น การ แจ้งให้กรมสรรพากรทราบก่อนที่จะถูกตรวจสอบ จะช่วยลดบทลงโทษได้อย่างมีนัยสำคัญ กรมสรรพากรมีโปรแกรมสมัครใจชำระ (Voluntary Compliance) อย่างเป็นทางการ ควรปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือนักบัญชีภาษีที่มีความเชี่ยวชาญ
สรุปภาระหน้าที่ VAT
| ภาระหน้าที่ | กำหนดเวลา | บทลงโทษหากไม่ปฏิบัติ |
|---|---|---|
| จดทะเบียนเมื่อรายรับเกิน 1.8 ล้านบาท | ภายใน 30 วัน | VAT ย้อนหลัง + เงินเพิ่ม 1.5%/เดือน + ค่าปรับ ฿2,000 |
| ยื่นแบบ ภ.พ.30 | วันที่ 15 (กระดาษ) / 23 (e-filing) | ค่าปรับ ฿500 + เงินเพิ่ม 1.5%/เดือน |
| ออกใบกำกับภาษี | ณ เวลาที่ขาย | ผู้ซื้อขอคืนภาษีไม่ได้ + ค่าปรับสำหรับผู้ขาย |
| เก็บรักษาเอกสาร | 5 ปีนับจากวันยื่น | เสี่ยงต่อการถูกตรวจสอบ และไม่สามารถพิสูจน์ยอดได้ |
การเข้าใจภาระหน้าที่ด้าน VAT ตั้งแต่วันแรกที่รายรับถึงเกณฑ์เป็นสิ่งสำคัญมาก ภาระการปฏิบัติตามกฎหมายมีระดับที่จัดการได้ แต่บทลงโทษหากไม่ปฏิบัติตามนั้นหนักกว่ามาก รักษาเอกสารให้ครบถ้วน ยื่นแบบตรงเวลา และใช้ e-Filing เพื่อให้ได้เวลาเพิ่มเติมทุกเดือน
คำถามที่พบบ่อย
อัตรา VAT ในประเทศไทยคือเท่าไร?
ปัจจุบัน VAT ไทยอยู่ที่ 7% (ลดจากอัตราปกติ 10%) อัตรานี้ถูกต่ออายุซ้ำๆ และใช้กับสินค้าและบริการส่วนใหญ่ สินค้าส่งออกใช้อัตรา 0% ส่วนสินค้าบางประเภทเช่น สินค้าเกษตรแปรรูป หนังสือ และบริการการศึกษาได้รับยกเว้น VAT
ใครต้องจดทะเบียน VAT?
ผู้ประกอบการที่มีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการเกิน 1,800,000 บาทต่อปีต้องจดทะเบียน VAT ภายใน 30 วันนับจากวันที่รายรับถึงเกณฑ์ ผู้ที่รายรับต่ำกว่าเกณฑ์สามารถจดทะเบียนโดยสมัครใจได้
ภาษีขายและภาษีซื้อต่างกันอย่างไร?
ภาษีขาย (Output Tax) คือ VAT ที่คุณเรียกเก็บจากลูกค้า (7% ของราคาขาย) ภาษีซื้อ (Input Tax) คือ VAT ที่คุณจ่ายให้ซัพพลายเออร์ VAT ที่ต้องจ่าย = ภาษีขาย − ภาษีซื้อ ถ้าภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย มีสิทธิ์ขอคืนภาษีได้
ยื่น VAT เมื่อไรและอย่างไร?
ต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 รายเดือนภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป เช่น VAT เดือนมกราคมต้องยื่นภายใน 15 กุมภาพันธ์ หากยื่นออนไลน์ผ่าน e-Filing ขยายเวลาเป็นวันที่ 23 ของเดือนถัดไป
สินค้าและบริการอะไรบ้างที่ได้รับยกเว้น VAT?
รายการที่ได้รับยกเว้น VAT ได้แก่ สินค้าเกษตรแปรรูปขั้นต้น สัตว์มีชีวิต ปุ๋ย หนังสือและสิ่งพิมพ์ บริการการศึกษา บริการทางการแพทย์ การขนส่งในประเทศ บริการธนาคาร และบริการประกันภัย (สินค้าส่งออกใช้ 0% ไม่ใช่ยกเว้น)