วิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 2569 ฉบับสมบูรณ์
คู่มือคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2569 ครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่อัตราภาษี รายการลดหย่อน วิธียื่นแบบ ภ.ง.ด.90/91 จนถึงเทคนิคประหยัดภาษีอย่างถูกกฎหมาย
ใครบ้างที่ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
หลายคนเข้าใจผิดว่า “รายได้ไม่ถึงเกณฑ์ ไม่ต้องยื่นภาษี” แต่ในความเป็นจริง กรมสรรพากรกำหนดเกณฑ์การยื่นแบบแสดงรายการไว้ต่ำกว่าที่คิด และการไม่ยื่นแม้ไม่มีภาษีที่ต้องชำระก็ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ภาษีอากร
เกณฑ์รายได้ขั้นต่ำที่ต้องยื่นแบบ
สำหรับปีภาษี 2569 (พ.ศ. 2569 / ค.ศ. 2026) ผู้มีเงินได้ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเมื่อมีรายได้ถึงเกณฑ์ดังนี้:
- ผู้มีเงินได้จากการจ้างแรงงาน (เงินเดือน): รายได้รวมตั้งแต่ ฿120,000 ต่อปี ขึ้นไป (เฉลี่ยเดือนละ ฿10,000)
- ผู้มีเงินได้ประเภทอื่น (ฟรีแลนซ์ ธุรกิจส่วนตัว ค่าเช่า ฯลฯ): รายได้รวมตั้งแต่ ฿60,000 ต่อปี ขึ้นไป
- สามี-ภรรยา: หากคู่สมรสมีเงินได้แยกกัน ให้พิจารณาเกณฑ์ของแต่ละคนแยกกัน
ชาวต่างชาติที่มีรายได้ในประเทศไทย
ผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทยแต่ได้รับเงินได้จากแหล่งในประเทศไทย ไม่ว่าจะพำนักอยู่ในไทยหรือไม่ก็ตาม ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของไทยสำหรับเงินได้ที่เกิดจากแหล่งในประเทศไทย
สำหรับผู้ที่อยู่ในไทยครบ 180 วันขึ้นไป ในปีภาษี ถือเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษี (Tax Resident) มีหน้าที่ต้องนำรายได้จากต่างประเทศที่นำเข้ามาในประเทศไทยในปีภาษีเดียวกันมาเสียภาษีด้วย ตามหลักเกณฑ์ที่ปรับปรุงใหม่ตั้งแต่ 1 มกราคม 2567
อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 2569 (ขั้นบันได)
ประเทศไทยใช้ระบบภาษีแบบ อัตราก้าวหน้า (Progressive Tax Rate) หมายความว่ารายได้ส่วนแรกเสียภาษีในอัตราต่ำ และรายได้ส่วนที่สูงขึ้นจะเสียในอัตราที่เพิ่มขึ้นเป็นขั้นบันได ไม่ใช่เก็บอัตราเดียวกับรายได้ทั้งก้อน
ตารางอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับปีภาษี 2569 มีดังนี้:
| เงินได้สุทธิ (บาท/ปี) | อัตราภาษี | ภาษีสูงสุดในขั้น | ภาษีสะสม |
|---|---|---|---|
| 0 - 150,000 | ยกเว้น | 0 | 0 |
| 150,001 - 300,000 | 5% | 7,500 | 7,500 |
| 300,001 - 500,000 | 10% | 20,000 | 27,500 |
| 500,001 - 750,000 | 15% | 37,500 | 65,000 |
| 750,001 - 1,000,000 | 20% | 50,000 | 115,000 |
| 1,000,001 - 2,000,000 | 25% | 250,000 | 365,000 |
| 2,000,001 - 5,000,000 | 30% | 900,000 | 1,265,000 |
| 5,000,001 ขึ้นไป | 35% | — | — |
จุดสำคัญที่ควรรู้
- เงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรกได้รับยกเว้น ทุกคนเสียภาษีจริงเริ่มต้นที่บาทที่ 150,001
- คนที่มีเงินได้สุทธิ 500,000 บาท/ปี เสียภาษีสูงสุดเพียง 27,500 บาท (อัตราภาษีเฉลี่ยแค่ 5.5%)
- คนที่มีเงินได้สุทธิ 1,000,000 บาท/ปี เสียภาษี 115,000 บาท (อัตราภาษีเฉลี่ย 11.5%)
- อัตราภาษีเฉลี่ยจริงจะต่ำกว่าอัตราสูงสุดของขั้นที่คุณอยู่เสมอ
ค่าลดหย่อนภาษีที่สำคัญ ปี 2569
ค่าลดหย่อนคือ “อาวุธลับ” ในการวางแผนภาษี ยิ่งใช้สิทธิได้มากเท่าไร เงินได้สุทธิที่ต้องนำไปคำนวณภาษียิ่งน้อยลง ต่อไปนี้คือค่าลดหย่อนหลักที่มนุษย์เงินเดือนและผู้มีรายได้ทุกคนควรรู้
ค่าลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว
| รายการ | จำนวนเงิน |
|---|---|
| ค่าลดหย่อนส่วนบุคคล | ฿60,000 |
| ค่าลดหย่อนคู่สมรส (ไม่มีเงินได้) | ฿60,000 |
| ค่าลดหย่อนบุตร (คนที่ 1) | ฿30,000 ต่อคน |
| ค่าลดหย่อนบุตร (คนที่ 2 ขึ้นไป เกิดตั้งแต่ปี 2561) | ฿60,000 ต่อคน |
| ค่าฝากครรภ์และคลอดบุตร | ตามจริง สูงสุด ฿60,000 ต่อครรภ์ |
| เลี้ยงดูบิดา-มารดา (อายุ 60+ ไม่มีรายได้) | ฿30,000 ต่อคน |
ค่าลดหย่อนด้านประกันและการออม
| รายการ | จำนวนสูงสุด | เงื่อนไข |
|---|---|---|
| เบี้ยประกันชีวิตทั่วไป | ฿100,000 | กรมธรรม์ 10 ปีขึ้นไป |
| เบี้ยประกันสุขภาพ | ฿25,000 | รวมกับประกันชีวิตไม่เกิน ฿100,000 |
| เบี้ยประกันสุขภาพบิดา-มารดา | ฿15,000 | บิดา-มารดาต้องมีรายได้ไม่เกิน ฿30,000/ปี |
| ประกันสังคม | ฿9,000 | หักตามจริง (5% ของเงินเดือน สูงสุดเดือนละ ฿750) |
| กองทุน SSF | ฿200,000 | ถือครองขั้นต่ำ 10 ปี |
| กองทุน RMF | 30% ของรายได้ สูงสุด ฿500,000 | ซื้อต่อเนื่อง ถอนได้ตอนอายุ 55 ปี |
| กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) | 15% ของเงินเดือน | รวมกับ RMF ไม่เกิน ฿500,000 |
ค่าลดหย่อนด้านอสังหาริมทรัพย์และอื่นๆ
| รายการ | จำนวนสูงสุด |
|---|---|
| ดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้าน | ฿100,000 |
| เงินบริจาคทั่วไป | สูงสุด 10% ของเงินได้สุทธิหลังหักค่าลดหย่อนอื่น |
| e-Donation (บริจาคผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์) | ลดหย่อนได้ 2 เท่า ของเงินบริจาค |
| เงินบริจาคพรรคการเมือง | สูงสุด ฿10,000 |
| ช้อปดีมีคืน (หากมีในปี 2569) | ตามที่กรมสรรพากรประกาศ |
วิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ทีละขั้นตอน
การคำนวณภาษีเงินได้ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด หากเข้าใจสูตรพื้นฐานและทำตามขั้นตอน
เงินได้สุทธิ = เงินได้พึงประเมิน - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน
ตัวอย่างคำนวณจริง: เงินเดือน ฿50,000/เดือน
สมมติคุณเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ได้รับเงินเดือนเดือนละ ฿50,000 ไม่มีคู่สมรส มีประกันสังคม และซื้อกองทุน SSF ปีละ ฿100,000
ขั้นตอนที่ 1: คำนวณเงินได้พึงประเมินทั้งปี
เงินเดือน ฿50,000 x 12 เดือน = ฿600,000
ขั้นตอนที่ 2: หักค่าใช้จ่าย
เงินได้ประเภทเงินเดือน (40(1)) หักค่าใช้จ่ายเหมา 50% แต่ไม่เกิน ฿100,000
฿600,000 x 50% = ฿300,000 → แต่เกินเพดาน จึงหักได้ ฿100,000
ขั้นตอนที่ 3: หักค่าลดหย่อน
| รายการ | จำนวน |
|---|---|
| ค่าลดหย่อนส่วนบุคคล | ฿60,000 |
| ประกันสังคม (฿750 x 12) | ฿9,000 |
| กองทุน SSF | ฿100,000 |
| รวมค่าลดหย่อน | ฿169,000 |
ขั้นตอนที่ 4: คำนวณเงินได้สุทธิ
฿600,000 - ฿100,000 - ฿169,000 = ฿331,000
ขั้นตอนที่ 5: คำนวณภาษีตามอัตราขั้นบันได
| ขั้นเงินได้ | จำนวนเงิน | อัตรา | ภาษี |
|---|---|---|---|
| 0 - 150,000 | 150,000 | ยกเว้น | ฿0 |
| 150,001 - 300,000 | 150,000 | 5% | ฿7,500 |
| 300,001 - 331,000 | 31,000 | 10% | ฿3,100 |
| รวมภาษีที่ต้องชำระ | ฿10,600 |
จะเกิดอะไรถ้าไม่ซื้อ SSF?
หากไม่ซื้อกองทุน SSF เลย เงินได้สุทธิจะเป็น ฿600,000 - ฿100,000 - ฿69,000 = ฿431,000 ภาษีจะเพิ่มเป็น ฿0 + ฿7,500 + ฿13,100 = ฿20,600 — เสียภาษีมากกว่าเดิม ฿10,000 การซื้อ SSF ฿100,000 จึงช่วยประหยัดภาษีได้ ฿10,000 และยังได้ผลตอบแทนจากกองทุนอีกต่างหาก
วิธียื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ออนไลน์และกระดาษ
เลือกแบบฟอร์มให้ถูกต้อง
- ภ.ง.ด.91 — สำหรับผู้มีเงินได้จากเงินเดือนอย่างเดียว (เงินได้ประเภท 40(1) เท่านั้น) ส่วนใหญ่มนุษย์เงินเดือนใช้แบบนี้
- ภ.ง.ด.90 — สำหรับผู้มีเงินได้หลายประเภท เช่น เงินเดือน + ฟรีแลนซ์ + ค่าเช่า + เงินปันผล + ขายของออนไลน์ หรือมีเงินได้ประเภท 40(2) ถึง 40(8)
ขั้นตอนยื่นภาษีออนไลน์ผ่าน rd.go.th
- เข้าเว็บไซต์ efiling.rd.go.th หรือแอป RD Smart Tax
- ลงทะเบียน/เข้าสู่ระบบด้วย Digital ID หรือเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
- เลือกแบบฟอร์มที่ถูกต้อง (ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91)
- กรอกข้อมูลเงินได้ตามหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ)
- กรอกค่าลดหย่อนทุกรายการที่มีสิทธิ
- ระบบคำนวณภาษีให้อัตโนมัติ — ตรวจสอบความถูกต้อง
- ยืนยันและส่งแบบ
- หากมีภาษีต้องชำระเพิ่ม สามารถจ่ายผ่าน e-Payment, QR Code, หรือเคาน์เตอร์ธนาคาร
- หากมีภาษีชำระเกิน จะได้รับเงินคืนภาษีเข้าบัญชีธนาคารภายใน 3-6 เดือน
เอกสารที่ต้องเตรียม
- หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) — ขอจากนายจ้างทุกแห่ง
- หลักฐานค่าลดหย่อน — ใบเสร็จเบี้ยประกันชีวิต/สุขภาพ หนังสือรับรองกองทุน SSF/RMF/PVD หนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้บ้าน
- ใบอนุโมทนาบัตร — สำหรับเงินบริจาค (หรือตรวจสอบผ่าน e-Donation อัตโนมัติ)
- สำเนาบัญชีธนาคาร — สำหรับขอคืนภาษี
กำหนดเวลายื่นแบบ
| ช่องทาง | กำหนดเวลา |
|---|---|
| ยื่นแบบกระดาษที่สำนักงานสรรพากร | 31 มีนาคม ของปีถัดจากปีภาษี |
| ยื่นออนไลน์ผ่าน efiling.rd.go.th | 8 เมษายน ของปีถัดจากปีภาษี (ขยายเวลา 8 วัน) |
สำหรับรายได้ปี 2569 → ยื่นภายใน 31 มีนาคม 2570 (กระดาษ) หรือ 8 เมษายน 2570 (ออนไลน์)
กลยุทธ์ประหยัดภาษีอย่างถูกกฎหมาย
การวางแผนภาษีที่ดีไม่ใช่การหลีกเลี่ยงภาษี แต่เป็นการใช้สิทธิลดหย่อนให้เต็มที่ตามที่กฎหมายอนุญาต ต่อไปนี้คือกลยุทธ์ที่ใช้ได้จริง
1. ซื้อ SSF/RMF ก่อนสิ้นปี
กองทุน SSF และ RMF เป็นเครื่องมือลดหย่อนภาษีที่ทรงพลังที่สุด ยิ่งซื้อเร็วในปี ยิ่งได้ประโยชน์จากผลตอบแทนการลงทุน แต่หากยังไม่ได้ซื้อ ต้องซื้อก่อนวันที่ 31 ธันวาคม เพื่อใช้สิทธิลดหย่อนในปีภาษีนั้น
- SSF: ลดหย่อนได้สูงสุด ฿200,000 ถือครอง 10 ปี
- RMF: ลดหย่อนได้ 30% ของรายได้ สูงสุด ฿500,000 ถอนได้ตอนอายุ 55 ปี
- ควรเลือกกองทุนที่มีค่าธรรมเนียมต่ำและผลตอบแทนย้อนหลังดี
2. ทำประกันชีวิตและสุขภาพ
ประกันชีวิต (กรมธรรม์ 10 ปีขึ้นไป) ลดหย่อนได้สูงสุด ฿100,000 และประกันสุขภาพลดหย่อนได้สูงสุด ฿25,000 นอกจากประหยัดภาษีแล้ว ยังเป็นการคุ้มครองความเสี่ยงในชีวิตจริง ได้ประโยชน์สองต่อ
3. ใช้ e-Donation ให้เต็มประโยชน์
บริจาคผ่านระบบ e-Donation ของกรมสรรพากร ลดหย่อนได้ 2 เท่า เทียบกับบริจาคปกติ เช่น บริจาค ฿10,000 ลดหย่อนได้ ฿20,000 เหมาะกับคนที่มีนิสัยบริจาคอยู่แล้ว เพียงเปลี่ยนช่องทางก็ได้สิทธิเพิ่ม
4. จังหวะซื้อสำคัญ: ทำก่อน 31 ธันวาคม
ทุกรายการลดหย่อนต้องเกิดขึ้นในปีภาษีนั้น ดังนั้น:
- ซื้อ SSF/RMF → ก่อน 31 ธันวาคม
- จ่ายเบี้ยประกัน → ตรวจสอบว่าชำระครบภายในสิ้นปี
- บริจาค e-Donation → ทำก่อนสิ้นปีเพื่อนำมาลดหย่อน
- ชำระดอกเบี้ยบ้าน → รวบรวมหนังสือรับรองจากธนาคาร
5. วางแผนร่วมกับคู่สมรส
หากคู่สมรสมีเงินได้ทั้งคู่ ให้วางแผนว่าใครใช้สิทธิลดหย่อนรายการไหนจะประหยัดภาษีรวมกันมากที่สุด เช่น ค่าลดหย่อนบุตรสามารถเลือกให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งใช้ หรือแบ่งกันคนละครึ่ง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการยื่นภาษี
ปีแล้วปีเล่า กรมสรรพากรพบว่าผู้เสียภาษีจำนวนมากทำผิดพลาดซ้ำๆ ซึ่งบางข้อทำให้เสียเงินมากกว่าที่ควร บางข้อทำให้ถูกปรับ ต่อไปนี้คือข้อผิดพลาดที่ควรระวัง
1. ไม่ยื่นแบบทั้งที่มีรายได้ถึงเกณฑ์
เรื่องนี้พบบ่อยมากโดยเฉพาะในกลุ่มฟรีแลนซ์และผู้มีรายได้เสริม หลายคนคิดว่า “ภาษีเป็นศูนย์ไม่ต้องยื่น” แต่ถ้ารายได้ถึงเกณฑ์ (฿60,000 สำหรับเงินได้ประเภทอื่น) ต้องยื่น ไม่ยื่นมีโทษปรับไม่เกิน ฿2,000 และอาจถูกเรียกตรวจสอบย้อนหลังได้ถึง 5 ปี
2. ไม่ใช้สิทธิลดหย่อนทั้งหมดที่มี
คนจำนวนมากยื่นภาษีโดยหักค่าลดหย่อนแค่ส่วนบุคคลกับประกันสังคม ทั้งที่มีสิทธิอื่นอีกมาก เช่น ดอกเบี้ยบ้าน เบี้ยประกัน เลี้ยงดูบิดา-มารดา เงินบริจาค ฯลฯ การไม่ใช้สิทธิเท่ากับจ่ายภาษีมากกว่าที่ต้องจ่ายจริง
3. ยื่นแบบเกินกำหนดเวลา
4. สับสนระหว่างเงินได้พึงประเมินกับเงินได้สุทธิ
ผู้เสียภาษีบางรายเอาเงินเดือนรวมทั้งปีไปเทียบกับตารางอัตราภาษีโดยตรง ทั้งที่ยังไม่ได้หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน ทำให้ตกใจว่า “ทำไมภาษีเยอะจัง” ต้องจำว่าตารางอัตราภาษีใช้กับเงินได้สุทธิ (หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว) ไม่ใช่เงินเดือนรวม
5. ลืมรวมรายได้จากทุกแหล่ง
หากมีรายได้จากหลายแหล่ง เช่น เงินเดือน + ค่าเช่าคอนโด + ปันผลหุ้น + ขายของออนไลน์ ต้องนำรายได้ทุกประเภทมารวมกันเพื่อคำนวณภาษี การรายงานไม่ครบอาจถือเป็นการหลีกเลี่ยงภาษี มีโทษทั้งทางแพ่ง (เงินเพิ่ม + เบี้ยปรับ) และอาจถึงทางอาญา
6. ใช้ค่าลดหย่อนที่ไม่มีสิทธิ
เช่น ใช้สิทธิลดหย่อนบุตรที่โตเกินเกณฑ์แล้ว ใช้ค่าลดหย่อนคู่สมรสทั้งที่คู่สมรสมีเงินได้ หรือหักค่าลดหย่อนเกินเพดาน กรมสรรพากรมีระบบตรวจสอบไขว้อัตโนมัติ หากพบจะถูกเรียกคืนภาษีพร้อมเบี้ยปรับ
การวางแผนภาษีที่ดีเริ่มต้นจากการเข้าใจกฎเกณฑ์และใช้สิทธิให้ถูกต้อง ไม่ว่าคุณจะเป็นมนุษย์เงินเดือน ฟรีแลนซ์ หรือเจ้าของกิจการ การรู้จักค่าลดหย่อนและวางแผนล่วงหน้าจะช่วยให้คุณจ่ายภาษีน้อยลงอย่างถูกกฎหมาย
ลองใช้ เครื่องคำนวณภาษีบุคคลธรรมดา 2569 เพื่อคำนวณภาษีจริงของคุณ และดูว่าจะประหยัดได้อีกเท่าไรหากปรับเพิ่มค่าลดหย่อน
ข้อมูลอ้างอิง: กรมสรรพากร (Revenue Department), พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร, ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ — ข้อมูล ณ ปีภาษี 2569
คำถามที่พบบ่อย
อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2569 เป็นอย่างไร?
ไทยใช้อัตราภาษีก้าวหน้า: เงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรกยกเว้นภาษี จากนั้น 5%, 10%, 15%, 20%, 25%, 30% และ 35% สำหรับเงินได้ส่วนที่เกิน 5 ล้านบาท อัตราคำนวณจากเงินได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน
ลดหย่อนกองทุนเกษียณได้เท่าไร?
SSF ลดหย่อนได้สูงสุด 200,000 บาท/ปี RMF ลดหย่อนได้สูงสุด 30% ของเงินได้พึงประเมิน ไม่เกิน 500,000 บาท เมื่อรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ต้องไม่เกิน 500,000 บาท
กำหนดยื่นภาษีคือเมื่อไร?
ยื่นแบบกระดาษ (ภ.ง.ด.90/91) ภายใน 31 มีนาคม ยื่นออนไลน์ผ่านเว็บกรมสรรพากร (rd.go.th) ได้ขยายเวลาถึง 8 เมษายน
รายได้ต่ำกว่า 150,000 บาทต้องยื่นภาษีไหม?
ต้องยื่น ถ้ารายได้ต่อปีเกิน 120,000 บาท (พนักงาน) หรือ 60,000 บาท (อาชีพอิสระ) แม้คำนวณแล้วไม่ต้องเสียภาษีก็ต้องยื่นแบบ
เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ: คู่มือวางแผนเกษียณที่มนุษย์เงินเดือนต้องอ่าน
ทุกเรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) อัตราเงินสะสม เงินสมทบจากนายจ้าง สิทธิประโยชน์ทางภาษี เงื่อนไขการถอน และวิธีวางแผนเกษียณให้เงินงอกเงยสูงสุด
วิธีโอนเงินต่างประเทศที่ถูกที่สุดในปี 2569
ธนาคารคิดค่าธรรมเนียม 3-5% สำหรับการโอนเงินต่างประเทศ เราเปรียบเทียบทางเลือกที่ถูกกว่า — Wise, Remitly และอื่นๆ