คู่มือ 🇹🇭 ประเทศไทย

วิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 2569 ฉบับสมบูรณ์

คู่มือคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2569 ครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่อัตราภาษี รายการลดหย่อน วิธียื่นแบบ ภ.ง.ด.90/91 จนถึงเทคนิคประหยัดภาษีอย่างถูกกฎหมาย

สว
สรวิชญ์ วรานิช
15 นาที อัปเดตเมื่อ 14 เมษายน 2569

ใครบ้างที่ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

หลายคนเข้าใจผิดว่า “รายได้ไม่ถึงเกณฑ์ ไม่ต้องยื่นภาษี” แต่ในความเป็นจริง กรมสรรพากรกำหนดเกณฑ์การยื่นแบบแสดงรายการไว้ต่ำกว่าที่คิด และการไม่ยื่นแม้ไม่มีภาษีที่ต้องชำระก็ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ภาษีอากร

เกณฑ์รายได้ขั้นต่ำที่ต้องยื่นแบบ

สำหรับปีภาษี 2569 (พ.ศ. 2569 / ค.ศ. 2026) ผู้มีเงินได้ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเมื่อมีรายได้ถึงเกณฑ์ดังนี้:

  • ผู้มีเงินได้จากการจ้างแรงงาน (เงินเดือน): รายได้รวมตั้งแต่ ฿120,000 ต่อปี ขึ้นไป (เฉลี่ยเดือนละ ฿10,000)
  • ผู้มีเงินได้ประเภทอื่น (ฟรีแลนซ์ ธุรกิจส่วนตัว ค่าเช่า ฯลฯ): รายได้รวมตั้งแต่ ฿60,000 ต่อปี ขึ้นไป
  • สามี-ภรรยา: หากคู่สมรสมีเงินได้แยกกัน ให้พิจารณาเกณฑ์ของแต่ละคนแยกกัน

ชาวต่างชาติที่มีรายได้ในประเทศไทย

ผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทยแต่ได้รับเงินได้จากแหล่งในประเทศไทย ไม่ว่าจะพำนักอยู่ในไทยหรือไม่ก็ตาม ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของไทยสำหรับเงินได้ที่เกิดจากแหล่งในประเทศไทย

สำหรับผู้ที่อยู่ในไทยครบ 180 วันขึ้นไป ในปีภาษี ถือเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษี (Tax Resident) มีหน้าที่ต้องนำรายได้จากต่างประเทศที่นำเข้ามาในประเทศไทยในปีภาษีเดียวกันมาเสียภาษีด้วย ตามหลักเกณฑ์ที่ปรับปรุงใหม่ตั้งแต่ 1 มกราคม 2567

อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 2569 (ขั้นบันได)

ประเทศไทยใช้ระบบภาษีแบบ อัตราก้าวหน้า (Progressive Tax Rate) หมายความว่ารายได้ส่วนแรกเสียภาษีในอัตราต่ำ และรายได้ส่วนที่สูงขึ้นจะเสียในอัตราที่เพิ่มขึ้นเป็นขั้นบันได ไม่ใช่เก็บอัตราเดียวกับรายได้ทั้งก้อน

ตารางอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับปีภาษี 2569 มีดังนี้:

เงินได้สุทธิ (บาท/ปี)อัตราภาษีภาษีสูงสุดในขั้นภาษีสะสม
0 - 150,000ยกเว้น00
150,001 - 300,0005%7,5007,500
300,001 - 500,00010%20,00027,500
500,001 - 750,00015%37,50065,000
750,001 - 1,000,00020%50,000115,000
1,000,001 - 2,000,00025%250,000365,000
2,000,001 - 5,000,00030%900,0001,265,000
5,000,001 ขึ้นไป35%

จุดสำคัญที่ควรรู้

  • เงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรกได้รับยกเว้น ทุกคนเสียภาษีจริงเริ่มต้นที่บาทที่ 150,001
  • คนที่มีเงินได้สุทธิ 500,000 บาท/ปี เสียภาษีสูงสุดเพียง 27,500 บาท (อัตราภาษีเฉลี่ยแค่ 5.5%)
  • คนที่มีเงินได้สุทธิ 1,000,000 บาท/ปี เสียภาษี 115,000 บาท (อัตราภาษีเฉลี่ย 11.5%)
  • อัตราภาษีเฉลี่ยจริงจะต่ำกว่าอัตราสูงสุดของขั้นที่คุณอยู่เสมอ

ค่าลดหย่อนภาษีที่สำคัญ ปี 2569

ค่าลดหย่อนคือ “อาวุธลับ” ในการวางแผนภาษี ยิ่งใช้สิทธิได้มากเท่าไร เงินได้สุทธิที่ต้องนำไปคำนวณภาษียิ่งน้อยลง ต่อไปนี้คือค่าลดหย่อนหลักที่มนุษย์เงินเดือนและผู้มีรายได้ทุกคนควรรู้

ค่าลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว

รายการจำนวนเงิน
ค่าลดหย่อนส่วนบุคคล฿60,000
ค่าลดหย่อนคู่สมรส (ไม่มีเงินได้)฿60,000
ค่าลดหย่อนบุตร (คนที่ 1)฿30,000 ต่อคน
ค่าลดหย่อนบุตร (คนที่ 2 ขึ้นไป เกิดตั้งแต่ปี 2561)฿60,000 ต่อคน
ค่าฝากครรภ์และคลอดบุตรตามจริง สูงสุด ฿60,000 ต่อครรภ์
เลี้ยงดูบิดา-มารดา (อายุ 60+ ไม่มีรายได้)฿30,000 ต่อคน

ค่าลดหย่อนด้านประกันและการออม

รายการจำนวนสูงสุดเงื่อนไข
เบี้ยประกันชีวิตทั่วไป฿100,000กรมธรรม์ 10 ปีขึ้นไป
เบี้ยประกันสุขภาพ฿25,000รวมกับประกันชีวิตไม่เกิน ฿100,000
เบี้ยประกันสุขภาพบิดา-มารดา฿15,000บิดา-มารดาต้องมีรายได้ไม่เกิน ฿30,000/ปี
ประกันสังคม฿9,000หักตามจริง (5% ของเงินเดือน สูงสุดเดือนละ ฿750)
กองทุน SSF฿200,000ถือครองขั้นต่ำ 10 ปี
กองทุน RMF30% ของรายได้ สูงสุด ฿500,000ซื้อต่อเนื่อง ถอนได้ตอนอายุ 55 ปี
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD)15% ของเงินเดือนรวมกับ RMF ไม่เกิน ฿500,000

ค่าลดหย่อนด้านอสังหาริมทรัพย์และอื่นๆ

รายการจำนวนสูงสุด
ดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้าน฿100,000
เงินบริจาคทั่วไปสูงสุด 10% ของเงินได้สุทธิหลังหักค่าลดหย่อนอื่น
e-Donation (บริจาคผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์)ลดหย่อนได้ 2 เท่า ของเงินบริจาค
เงินบริจาคพรรคการเมืองสูงสุด ฿10,000
ช้อปดีมีคืน (หากมีในปี 2569)ตามที่กรมสรรพากรประกาศ

วิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ทีละขั้นตอน

การคำนวณภาษีเงินได้ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด หากเข้าใจสูตรพื้นฐานและทำตามขั้นตอน

เงินได้สุทธิ = เงินได้พึงประเมิน - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน

สูตรหลักในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ตัวอย่างคำนวณจริง: เงินเดือน ฿50,000/เดือน

สมมติคุณเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ได้รับเงินเดือนเดือนละ ฿50,000 ไม่มีคู่สมรส มีประกันสังคม และซื้อกองทุน SSF ปีละ ฿100,000

ขั้นตอนที่ 1: คำนวณเงินได้พึงประเมินทั้งปี

เงินเดือน ฿50,000 x 12 เดือน = ฿600,000

ขั้นตอนที่ 2: หักค่าใช้จ่าย

เงินได้ประเภทเงินเดือน (40(1)) หักค่าใช้จ่ายเหมา 50% แต่ไม่เกิน ฿100,000

฿600,000 x 50% = ฿300,000 → แต่เกินเพดาน จึงหักได้ ฿100,000

ขั้นตอนที่ 3: หักค่าลดหย่อน

รายการจำนวน
ค่าลดหย่อนส่วนบุคคล฿60,000
ประกันสังคม (฿750 x 12)฿9,000
กองทุน SSF฿100,000
รวมค่าลดหย่อน฿169,000

ขั้นตอนที่ 4: คำนวณเงินได้สุทธิ

฿600,000 - ฿100,000 - ฿169,000 = ฿331,000

เงินได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนทั้งหมด

ขั้นตอนที่ 5: คำนวณภาษีตามอัตราขั้นบันได

ขั้นเงินได้จำนวนเงินอัตราภาษี
0 - 150,000150,000ยกเว้น฿0
150,001 - 300,000150,0005%฿7,500
300,001 - 331,00031,00010%฿3,100
รวมภาษีที่ต้องชำระ฿10,600

จะเกิดอะไรถ้าไม่ซื้อ SSF?

หากไม่ซื้อกองทุน SSF เลย เงินได้สุทธิจะเป็น ฿600,000 - ฿100,000 - ฿69,000 = ฿431,000 ภาษีจะเพิ่มเป็น ฿0 + ฿7,500 + ฿13,100 = ฿20,600 — เสียภาษีมากกว่าเดิม ฿10,000 การซื้อ SSF ฿100,000 จึงช่วยประหยัดภาษีได้ ฿10,000 และยังได้ผลตอบแทนจากกองทุนอีกต่างหาก

วิธียื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ออนไลน์และกระดาษ

เลือกแบบฟอร์มให้ถูกต้อง

  • ภ.ง.ด.91 — สำหรับผู้มีเงินได้จากเงินเดือนอย่างเดียว (เงินได้ประเภท 40(1) เท่านั้น) ส่วนใหญ่มนุษย์เงินเดือนใช้แบบนี้
  • ภ.ง.ด.90 — สำหรับผู้มีเงินได้หลายประเภท เช่น เงินเดือน + ฟรีแลนซ์ + ค่าเช่า + เงินปันผล + ขายของออนไลน์ หรือมีเงินได้ประเภท 40(2) ถึง 40(8)

ขั้นตอนยื่นภาษีออนไลน์ผ่าน rd.go.th

  1. เข้าเว็บไซต์ efiling.rd.go.th หรือแอป RD Smart Tax
  2. ลงทะเบียน/เข้าสู่ระบบด้วย Digital ID หรือเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
  3. เลือกแบบฟอร์มที่ถูกต้อง (ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.91)
  4. กรอกข้อมูลเงินได้ตามหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ)
  5. กรอกค่าลดหย่อนทุกรายการที่มีสิทธิ
  6. ระบบคำนวณภาษีให้อัตโนมัติ — ตรวจสอบความถูกต้อง
  7. ยืนยันและส่งแบบ
  8. หากมีภาษีต้องชำระเพิ่ม สามารถจ่ายผ่าน e-Payment, QR Code, หรือเคาน์เตอร์ธนาคาร
  9. หากมีภาษีชำระเกิน จะได้รับเงินคืนภาษีเข้าบัญชีธนาคารภายใน 3-6 เดือน

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) — ขอจากนายจ้างทุกแห่ง
  • หลักฐานค่าลดหย่อน — ใบเสร็จเบี้ยประกันชีวิต/สุขภาพ หนังสือรับรองกองทุน SSF/RMF/PVD หนังสือรับรองดอกเบี้ยเงินกู้บ้าน
  • ใบอนุโมทนาบัตร — สำหรับเงินบริจาค (หรือตรวจสอบผ่าน e-Donation อัตโนมัติ)
  • สำเนาบัญชีธนาคาร — สำหรับขอคืนภาษี

กำหนดเวลายื่นแบบ

ช่องทางกำหนดเวลา
ยื่นแบบกระดาษที่สำนักงานสรรพากร31 มีนาคม ของปีถัดจากปีภาษี
ยื่นออนไลน์ผ่าน efiling.rd.go.th8 เมษายน ของปีถัดจากปีภาษี (ขยายเวลา 8 วัน)

สำหรับรายได้ปี 2569 → ยื่นภายใน 31 มีนาคม 2570 (กระดาษ) หรือ 8 เมษายน 2570 (ออนไลน์)

กลยุทธ์ประหยัดภาษีอย่างถูกกฎหมาย

การวางแผนภาษีที่ดีไม่ใช่การหลีกเลี่ยงภาษี แต่เป็นการใช้สิทธิลดหย่อนให้เต็มที่ตามที่กฎหมายอนุญาต ต่อไปนี้คือกลยุทธ์ที่ใช้ได้จริง

1. ซื้อ SSF/RMF ก่อนสิ้นปี

กองทุน SSF และ RMF เป็นเครื่องมือลดหย่อนภาษีที่ทรงพลังที่สุด ยิ่งซื้อเร็วในปี ยิ่งได้ประโยชน์จากผลตอบแทนการลงทุน แต่หากยังไม่ได้ซื้อ ต้องซื้อก่อนวันที่ 31 ธันวาคม เพื่อใช้สิทธิลดหย่อนในปีภาษีนั้น

  • SSF: ลดหย่อนได้สูงสุด ฿200,000 ถือครอง 10 ปี
  • RMF: ลดหย่อนได้ 30% ของรายได้ สูงสุด ฿500,000 ถอนได้ตอนอายุ 55 ปี
  • ควรเลือกกองทุนที่มีค่าธรรมเนียมต่ำและผลตอบแทนย้อนหลังดี

2. ทำประกันชีวิตและสุขภาพ

ประกันชีวิต (กรมธรรม์ 10 ปีขึ้นไป) ลดหย่อนได้สูงสุด ฿100,000 และประกันสุขภาพลดหย่อนได้สูงสุด ฿25,000 นอกจากประหยัดภาษีแล้ว ยังเป็นการคุ้มครองความเสี่ยงในชีวิตจริง ได้ประโยชน์สองต่อ

3. ใช้ e-Donation ให้เต็มประโยชน์

บริจาคผ่านระบบ e-Donation ของกรมสรรพากร ลดหย่อนได้ 2 เท่า เทียบกับบริจาคปกติ เช่น บริจาค ฿10,000 ลดหย่อนได้ ฿20,000 เหมาะกับคนที่มีนิสัยบริจาคอยู่แล้ว เพียงเปลี่ยนช่องทางก็ได้สิทธิเพิ่ม

4. จังหวะซื้อสำคัญ: ทำก่อน 31 ธันวาคม

ทุกรายการลดหย่อนต้องเกิดขึ้นในปีภาษีนั้น ดังนั้น:

  • ซื้อ SSF/RMF → ก่อน 31 ธันวาคม
  • จ่ายเบี้ยประกัน → ตรวจสอบว่าชำระครบภายในสิ้นปี
  • บริจาค e-Donation → ทำก่อนสิ้นปีเพื่อนำมาลดหย่อน
  • ชำระดอกเบี้ยบ้าน → รวบรวมหนังสือรับรองจากธนาคาร

5. วางแผนร่วมกับคู่สมรส

หากคู่สมรสมีเงินได้ทั้งคู่ ให้วางแผนว่าใครใช้สิทธิลดหย่อนรายการไหนจะประหยัดภาษีรวมกันมากที่สุด เช่น ค่าลดหย่อนบุตรสามารถเลือกให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งใช้ หรือแบ่งกันคนละครึ่ง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการยื่นภาษี

ปีแล้วปีเล่า กรมสรรพากรพบว่าผู้เสียภาษีจำนวนมากทำผิดพลาดซ้ำๆ ซึ่งบางข้อทำให้เสียเงินมากกว่าที่ควร บางข้อทำให้ถูกปรับ ต่อไปนี้คือข้อผิดพลาดที่ควรระวัง

1. ไม่ยื่นแบบทั้งที่มีรายได้ถึงเกณฑ์

เรื่องนี้พบบ่อยมากโดยเฉพาะในกลุ่มฟรีแลนซ์และผู้มีรายได้เสริม หลายคนคิดว่า “ภาษีเป็นศูนย์ไม่ต้องยื่น” แต่ถ้ารายได้ถึงเกณฑ์ (฿60,000 สำหรับเงินได้ประเภทอื่น) ต้องยื่น ไม่ยื่นมีโทษปรับไม่เกิน ฿2,000 และอาจถูกเรียกตรวจสอบย้อนหลังได้ถึง 5 ปี

2. ไม่ใช้สิทธิลดหย่อนทั้งหมดที่มี

คนจำนวนมากยื่นภาษีโดยหักค่าลดหย่อนแค่ส่วนบุคคลกับประกันสังคม ทั้งที่มีสิทธิอื่นอีกมาก เช่น ดอกเบี้ยบ้าน เบี้ยประกัน เลี้ยงดูบิดา-มารดา เงินบริจาค ฯลฯ การไม่ใช้สิทธิเท่ากับจ่ายภาษีมากกว่าที่ต้องจ่ายจริง

3. ยื่นแบบเกินกำหนดเวลา

4. สับสนระหว่างเงินได้พึงประเมินกับเงินได้สุทธิ

ผู้เสียภาษีบางรายเอาเงินเดือนรวมทั้งปีไปเทียบกับตารางอัตราภาษีโดยตรง ทั้งที่ยังไม่ได้หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน ทำให้ตกใจว่า “ทำไมภาษีเยอะจัง” ต้องจำว่าตารางอัตราภาษีใช้กับเงินได้สุทธิ (หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว) ไม่ใช่เงินเดือนรวม

5. ลืมรวมรายได้จากทุกแหล่ง

หากมีรายได้จากหลายแหล่ง เช่น เงินเดือน + ค่าเช่าคอนโด + ปันผลหุ้น + ขายของออนไลน์ ต้องนำรายได้ทุกประเภทมารวมกันเพื่อคำนวณภาษี การรายงานไม่ครบอาจถือเป็นการหลีกเลี่ยงภาษี มีโทษทั้งทางแพ่ง (เงินเพิ่ม + เบี้ยปรับ) และอาจถึงทางอาญา

6. ใช้ค่าลดหย่อนที่ไม่มีสิทธิ

เช่น ใช้สิทธิลดหย่อนบุตรที่โตเกินเกณฑ์แล้ว ใช้ค่าลดหย่อนคู่สมรสทั้งที่คู่สมรสมีเงินได้ หรือหักค่าลดหย่อนเกินเพดาน กรมสรรพากรมีระบบตรวจสอบไขว้อัตโนมัติ หากพบจะถูกเรียกคืนภาษีพร้อมเบี้ยปรับ


การวางแผนภาษีที่ดีเริ่มต้นจากการเข้าใจกฎเกณฑ์และใช้สิทธิให้ถูกต้อง ไม่ว่าคุณจะเป็นมนุษย์เงินเดือน ฟรีแลนซ์ หรือเจ้าของกิจการ การรู้จักค่าลดหย่อนและวางแผนล่วงหน้าจะช่วยให้คุณจ่ายภาษีน้อยลงอย่างถูกกฎหมาย

ลองใช้ เครื่องคำนวณภาษีบุคคลธรรมดา 2569 เพื่อคำนวณภาษีจริงของคุณ และดูว่าจะประหยัดได้อีกเท่าไรหากปรับเพิ่มค่าลดหย่อน

ข้อมูลอ้างอิง: กรมสรรพากร (Revenue Department), พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร, ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีเงินได้ — ข้อมูล ณ ปีภาษี 2569

คำถามที่พบบ่อย

อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2569 เป็นอย่างไร?

ไทยใช้อัตราภาษีก้าวหน้า: เงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรกยกเว้นภาษี จากนั้น 5%, 10%, 15%, 20%, 25%, 30% และ 35% สำหรับเงินได้ส่วนที่เกิน 5 ล้านบาท อัตราคำนวณจากเงินได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน

ลดหย่อนกองทุนเกษียณได้เท่าไร?

SSF ลดหย่อนได้สูงสุด 200,000 บาท/ปี RMF ลดหย่อนได้สูงสุด 30% ของเงินได้พึงประเมิน ไม่เกิน 500,000 บาท เมื่อรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ต้องไม่เกิน 500,000 บาท

กำหนดยื่นภาษีคือเมื่อไร?

ยื่นแบบกระดาษ (ภ.ง.ด.90/91) ภายใน 31 มีนาคม ยื่นออนไลน์ผ่านเว็บกรมสรรพากร (rd.go.th) ได้ขยายเวลาถึง 8 เมษายน

รายได้ต่ำกว่า 150,000 บาทต้องยื่นภาษีไหม?

ต้องยื่น ถ้ารายได้ต่อปีเกิน 120,000 บาท (พนักงาน) หรือ 60,000 บาท (อาชีพอิสระ) แม้คำนวณแล้วไม่ต้องเสียภาษีก็ต้องยื่นแบบ

เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง