RMF vs Thai ESG 2569: SSF จบแล้ว
RMF vs Thai ESG ปีภาษี 2569 เพดาน ระยะถือ เพดานรวม 500,000 พร้อมตัวอย่างคำนวณ 4 กรณี SSF ลดหย่อนไม่ได้แล้ว คนที่ถืออยู่ต้องทำอะไร และสถานะ TISA
สรุปสั้นที่สุด: ปีภาษี 2569 กองทุนรวมที่ซื้อแล้วลดหย่อนภาษีได้เหลือ 2 ตัว คือ RMF (30% ของเงินได้ อยู่ในเพดานรวม 500,000 บาท ถือ 5 ปีและถึงอายุ 55) กับ Thai ESG (30% ของเงินได้ ไม่เกิน 300,000 บาท เพดานแยก ถือ 5 ปี) ส่วน SSF ซื้อแล้วลดหย่อนไม่ได้แล้วตั้งแต่ปีภาษี 2568 แต่ใครที่ถือหน่วย SSF เก่าอยู่ยังต้องถือให้ครบ 10 ปีตามเงื่อนไขเดิม
บทความนี้เทียบ RMF vs Thai ESG แบบข้อต่อข้อ อธิบายว่า SSF จบลงอย่างไรและคนที่ถืออยู่ต้องระวังอะไร พร้อมตัวอย่างคำนวณภาษี 4 กรณีที่ไล่ทีละขั้นภาษีได้ด้วยมือ และบอกตรงๆ ว่าหลังปี 2569 อะไรรู้แล้ว อะไรยังไม่รู้ ทุกตัวเลขอ้างกฎกระทรวงหรือเอกสารกรมสรรพากรที่เราเปิดอ่านจริง รายการอยู่ท้ายบทความ
RMF vs Thai ESG 2569 เทียบกันชัดๆ (และสถานะ SSF)
ตารางนี้สรุปเงื่อนไขที่ใช้กับ การซื้อในปี 2569 เท่านั้น เพราะทั้งสามกองทุนมีกำหนดเวลาตามกฎหมายคนละช่วง
| เงื่อนไข | RMF (กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ) | Thai ESG (กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน) |
|---|---|---|
| ลดหย่อนสูงสุด | 30% ของเงินได้พึงประเมิน | 30% ของเงินได้พึงประเมิน ไม่เกิน 300,000 บาท |
| เพดานรวม 500,000 บาท | นับรวม กับ PVD, กบข., กองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน, กอช., ประกันบำนาญ | ไม่นับรวม (เพดานแยก) |
| ระยะถือครอง | ถือ ไม่น้อยกว่า 5 ปี นับจากวันซื้อครั้งแรก และ ขายคืนเมื่ออายุ 55 ปีบริบูรณ์ ขึ้นไป | ถือ ไม่น้อยกว่า 5 ปี นับจากวันซื้อแต่ละครั้ง |
| ต้องซื้อต่อเนื่องไหม | ต้องซื้อต่อเนื่อง หยุดได้ไม่เกิน 1 ปีติดต่อกัน | ไม่ต้อง |
| ช่วงเวลาของเงื่อนไขนี้ | ไม่มีวันสิ้นสุดในตัวบท (ใช้กับเงินได้ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2563 เป็นต้นไป) | หน่วยที่ซื้อ 1 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2569 เท่านั้น |
| ที่มา | กฎกระทรวง ฉบับที่ 357 ข้อ 2 (55) | กฎกระทรวง ฉบับที่ 395 |
สถานะ SSF ปี 2569: ซื้อใหม่ ลดหย่อนไม่ได้แล้ว เพราะสิทธิ์ใช้กับหน่วยที่ซื้อ 1 ม.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 2567 เท่านั้น ส่วนหน่วย SSF เก่าที่เคยใช้สิทธิ์ ยังต้องถือครบ 10 ปีนับจากวันซื้อ (กฎกระทรวง ฉบับที่ 357 ข้อ 3 (102)) เงื่อนไข 10 ปีนี้เป็นของ SSF เท่านั้น ไม่เกี่ยวกับ Thai ESG ที่ซื้อปี 2569 ซึ่งถือ 5 ปี
สองเรื่องที่คนพลาดบ่อยจากตารางนี้:
- 30% ของ RMF กับ 30% ของ Thai ESG แยกกัน เงินได้ 600,000 บาท ซื้อ RMF ได้ถึง 180,000 บาท และ Thai ESG ได้อีก 180,000 บาท ไม่ได้หาร 30% ร่วมกัน
- RMF ถูกจำกัดสองชั้น คือ 30% ของเงินได้ และเพดานรวม 500,000 บาทร่วมกับกองทุนเกษียณอื่น ชั้นไหนต่ำกว่า ชั้นนั้นคือเพดานจริงของคุณ
SSF จบแล้ว: คนที่ถือหน่วยอยู่ต้องทำอะไรบ้าง
SSF เข้ามาแทน LTF ในปี 2563 แต่ตั้งแต่วันแรกก็เป็นมาตรการมีวันหมดอายุ กฎกระทรวง ฉบับที่ 357 (พ.ศ. 2563) ข้อ 3 เพิ่ม (102) ให้ยกเว้นภาษีสำหรับค่าซื้อหน่วย SSF ไม่เกิน 30% ของเงินได้และไม่เกิน 200,000 บาท “สำหรับเงินได้พึงประเมินที่ได้รับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2563 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2567” ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 369) ข้อ 1 (1) ก็เขียนตรงกันว่าต้อง “ได้ซื้อหน่วยลงทุนนั้นในระหว่างวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2563 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2567”
เราตรวจหน้า “กฎหมายออกใหม่” ของกรมสรรพากรเมื่อ 1 ตุลาคม 2569 กฎกระทรวงฉบับล่าสุดที่ลงไว้คือฉบับที่ 401 (พ.ศ. 2568) และ ไม่มีฉบับใดต่ออายุ SSF ปีภาษี 2568 และ 2569 จึงใช้สิทธิ์ SSF ไม่ได้
ถ้าคุณถือ SSF ที่ซื้อช่วงปี 2563-2567 อยู่
สิทธิ์ที่เคยใช้ไปแล้ว ไม่ได้หายไปเอง แต่มีเงื่อนไขผูกอยู่จนกว่าจะครบกำหนด:
- ต้องถือต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 10 ปีนับจากวันซื้อ แต่ละครั้งที่ซื้อนับแยกกัน (ประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่ 369 ข้อ 1 (2)) นี่คือ 10 ปีนับจากวันที่ซื้อ ไม่ใช่การนับปีปฏิทินแบบ LTF สมัยก่อน หน่วยที่ซื้อเร็วที่สุดในปี 2563 จะเริ่มครบกำหนดในปี 2573 ตรวจวันครบกำหนดของแต่ละรายการได้จากหนังสือรับรองหรือแอปของ บลจ.
- ข้อยกเว้น คือขายคืนเพราะทุพพลภาพ (แพทย์ที่ทางราชการรับรองต้องให้ความเห็น) หรือเสียชีวิต
- ย้ายกอง SSF ได้ แต่ต้องโอนไปกอง SSF ปลายทางให้เสร็จภายใน 5 วันทำการนับจากวันถัดจากวันที่กองต้นทางรับคำสั่ง จึงจะนับระยะถือครองต่อเนื่อง (ข้อ 6) ถ้าขายออกมาเป็นเงินสดแล้วค่อยซื้อใหม่ ถือว่าผิดเงื่อนไข
- กำไรตอนขายเมื่อครบ 10 ปี ได้รับยกเว้นภาษี ตาม (103) ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 357
ถ้าขายก่อนครบ 10 ปี จะเกิดอะไรขึ้น
ประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่ 369 ข้อ 4 กำหนดไว้ 3 อย่าง:
- หมดสิทธิ์ยกเว้นภาษี ที่เคยใช้กับหน่วยนั้น
- ต้องยื่นแบบเพิ่มเติมเสียภาษีย้อนหลัง ของปีภาษีที่เคยนำค่าซื้อไปหัก โดยข้อ 4 ระบุว่าครอบคลุมปีภาษีที่ “อยู่ในช่วงระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี” นับจากวันยื่นแบบของปีนั้นจนถึงวันยื่นแบบเพิ่มเติม พร้อมเงินเพิ่มตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งคิด 1.5% ต่อเดือนหรือเศษของเดือน ของภาษีที่ต้องชำระ
- กำไรจากการขาย (capital gain) ต้องเสียภาษี โดยคำนวณต้นทุนแบบเข้าก่อนออกก่อน (FIFO)
ตัวอย่างเพื่อให้เห็นขนาด: ถ้าปีภาษี 2566 คุณซื้อ SSF 100,000 บาท และเงินก้อนนั้นทั้งก้อนอยู่ในขั้นภาษี 10% สิทธิ์ที่ได้คือภาษีที่ไม่ต้องจ่าย 100,000 × 10% (10,000) บาท ถ้าขายก่อนครบ 10 ปี ภาษี 10,000 บาทนี้ต้องจ่ายคืน และเงินเพิ่มจะเดินเดือนละ 1.5% ของ 10,000 บาท (150 บาทต่อเดือน) นับจากพ้นกำหนดยื่นแบบของปีภาษี 2566 จนถึงวันที่ชำระ ยิ่งเก็บไว้นานก่อนขาย เงินเพิ่มยิ่งสะสม (แต่เงินเพิ่มตามมาตรา 27 ต้องไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องชำระ) และข้อ 4 จำกัดการยื่นแบบเพิ่มเติมไว้เฉพาะปีภาษีที่อยู่ภายใน 5 ปีนับจากวันยื่นแบบของปีนั้นถึงวันยื่นแบบเพิ่มเติม ปีที่พ้นช่วงนั้นไปแล้วจึงไม่อยู่ในขอบเขตของข้อนี้ ตัวเลขจริงของคุณขึ้นกับขั้นภาษีของปีนั้นและวันที่ยื่นแบบเพิ่มเติม ให้ตรวจกับกรมสรรพากร สายด่วน 1161 ก่อนตัดสินใจขาย
ซื้อ SSF เพิ่มในปี 2569 ได้ไหม
ถ้า บลจ. ยังเปิดขายกองนั้นอยู่ก็ซื้อได้ แต่ ไม่ได้สิทธิ์ลดหย่อน และมีอีกจุดหนึ่งที่ควรรู้ ข้อ 1 ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 357 แก้ (32) ให้การยกเว้นภาษีกำไรจากการขายหน่วยกองทุนรวมทั่วไป “ไม่รวมถึง” เงินที่ได้จากการขายคืน SSF ส่วนกำไร SSF ที่ยกเว้นตาม (103) จำกัดเฉพาะเงินที่มาจากค่าซื้อที่เคยได้สิทธิ์ยกเว้นและถือครบ 10 ปี เมื่ออ่านสองข้อนี้รวมกัน กำไรจากหน่วย SSF ที่ซื้อหลังสิทธิ์สิ้นสุดจึง อาจไม่ได้รับยกเว้นภาษีเลย นี่เป็นการอ่านจากตัวบทของเรา ยังไม่พบคำวินิจฉัยของกรมสรรพากรเรื่องนี้ ถ้าคุณมีหน่วยแบบนี้ ให้ถาม 1161
RMF: กองทุนเกษียณที่ผูกกับอายุ 55
RMF คือกองทุนลดหย่อนตัวเดียวในปี 2569 ที่ ไม่มีวันหมดอายุเขียนไว้ในกฎหมาย กฎกระทรวง ฉบับที่ 357 ข้อ 2 แก้ (55) ให้ยกเว้นค่าซื้อหน่วย RMF “ในอัตราไม่เกินร้อยละสามสิบของเงินได้พึงประเมิน เฉพาะส่วนที่ไม่เกินห้าแสนบาท” สำหรับเงินได้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป
เงื่อนไขหลักของ RMF
- เพดาน: 30% ของเงินได้พึงประเมิน และเมื่อรวมกับ PVD, กบข., กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน, ประกันชีวิตแบบบำนาญ และ กอช. แล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท
- ระยะถือครอง: ตัวบทเขียนว่าต้อง “ถือหน่วยลงทุนดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีนับตั้งแต่วันซื้อหน่วยลงทุนครั้งแรกและไถ่ถอนหน่วยลงทุนนั้นเมื่อผู้มีเงินได้มีอายุไม่ต่ำกว่าห้าสิบห้าปีบริบูรณ์” ต้องครบ ทั้งสองข้อ
- ความต่อเนื่อง: กฎกระทรวงให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศ คำถาม-คำตอบ RMF ของตลาดหลักทรัพย์ฯ สรุปเงื่อนไขปัจจุบันว่า “ไม่ระงับการลงทุนเกินกว่า 1 ปีติดต่อกัน” และ “ไม่กำหนดขั้นต่ำ” ตัวเลข “ซื้อขั้นต่ำ 500 บาท” ที่คนจำกันมาเป็นเงื่อนไขก่อนปี 2563
- ผิดเงื่อนไข: ต้องคืนสิทธิ์ที่เคยใช้และเสียเงินเพิ่มตามมาตรา 27 เช่นเดียวกับ SSF
อายุมีผลกับ RMF มากกว่าที่คิด
เพราะต้องครบทั้ง 5 ปีและอายุ 55 ปี วันที่ขายได้จริงคือ “วันที่มาถึงทีหลัง” ระหว่างสองเงื่อนไข:
| อายุตอนซื้อ RMF ครั้งแรก | ครบ 5 ปีเมื่ออายุ | ขายได้โดยไม่ผิดเงื่อนไขเมื่ออายุ |
|---|---|---|
| 30 | 35 | 55 (รอเงื่อนไขอายุ) |
| 48 | 53 | 55 (รอเงื่อนไขอายุ) |
| 52 | 57 | 57 (รอเงื่อนไข 5 ปี) |
| 58 | 63 | 63 (รอเงื่อนไข 5 ปี) |
ความหมายคือ ยิ่งอายุน้อย เงิน RMF ยิ่งถูกล็อกนาน คนอายุ 30 ล็อกราว 25 ปี คนอายุ 52 ล็อก 5 ปี ตรงนี้ไม่ใช่เรื่องดีหรือไม่ดี แต่เป็นสิ่งที่ต้องรู้ก่อนเลือกว่าเงินก้อนไหนควรไปอยู่ตรงไหน
Thai ESG: เพดานแยก 300,000 บาท ถือ 5 ปี (ถึงสิ้นปี 2569)
Thai ESG เริ่มจากกฎกระทรวง ฉบับที่ 390 (พ.ศ. 2566) ซึ่งให้ลดหย่อน 30% ของเงินได้ ไม่เกิน 100,000 บาท และต้องถือ 8 ปี ต่อมา กฎกระทรวง ฉบับที่ 395 (พ.ศ. 2567) ประกาศในราชกิจจานุเบกษา 3 ธันวาคม 2567 ปรับเงื่อนไขสำหรับช่วงหนึ่งโดยเฉพาะ:
“ในปีภาษี 2567 ถึงปีภาษี 2569 หากผู้มีเงินได้มีการซื้อหน่วยลงทุนระหว่างวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2567 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2569 ให้เงินได้ตามวรรคหนึ่งเท่าที่จ่ายเป็นค่าซื้อหน่วยลงทุนในอัตราไม่เกินร้อยละสามสิบของเงินได้พึงประเมิน เฉพาะส่วนที่ไม่เกินสามแสนบาท โดยผู้มีเงินได้ต้องถือหน่วยลงทุน…ไม่น้อยกว่าห้าปีนับตั้งแต่วันที่ซื้อหน่วยลงทุน”
เงื่อนไขหลักของ Thai ESG สำหรับการซื้อปี 2569
- เพดาน: 30% ของเงินได้พึงประเมิน ไม่เกิน 300,000 บาท (สรุปค่าลดหย่อนของกรมสรรพากร ข้อ 21)
- เพดานแยก: ไม่นับรวมในเพดาน 500,000 บาทของกลุ่มเกษียณ
- ระยะถือครอง: 5 ปีนับจากวันที่ซื้อ แต่ละครั้งนับแยก ตัวอย่าง ซื้อวันที่ 20 ธันวาคม 2569 จะครบ 5 ปีในเดือนธันวาคม 2574 (ตรวจวันครบกำหนดที่แน่นอนกับ บลจ.)
- ความต่อเนื่อง: ไม่ต้องซื้อทุกปี
- หน่วยที่ซื้อ 21 พ.ย. – 31 ธ.ค. 2566 อยู่ใต้กฎกระทรวง ฉบับที่ 390 เดิม จึงยังต้องถือ 8 ปี
- ผิดเงื่อนไข: กฎกระทรวง ฉบับที่ 395 ข้อ 2 ให้ “หมดสิทธิได้รับยกเว้นและต้องเสียภาษีเงินได้สำหรับเงินได้ที่ได้รับยกเว้น…มาแล้วด้วย”
Thai ESG ลงทุนในหลักทรัพย์ไทยที่ผ่านเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลตามที่ ก.ล.ต. กำหนด ความเสี่ยงและผลตอบแทนจึงขึ้นกับนโยบายของแต่ละกอง บทความนี้ไม่เปรียบเทียบหรือแนะนำกองใดกองหนึ่ง ก่อนซื้อให้อ่านหนังสือชี้ชวนและสอบถามผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต
เพดานรวม 500,000 บาท: ใครแชร์ถังเดียวกับ RMF
ปี 2569 เพดานรวม 500,000 บาทเหลือสมาชิกน้อยลงหนึ่งตัว (SSF ออกไปแล้ว) แต่ยังมีรายการที่หลายคนลืมว่าอยู่ในถังเดียวกัน:
| รายการ | เพดานของตัวเอง | อยู่ในเพดานรวม 500,000? |
|---|---|---|
| RMF | 30% ของเงินได้พึงประเมิน | ใช่ |
| กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ส่วนที่ลูกจ้างสะสม | ลดหย่อนตามจริงไม่เกิน 10,000 บาท ส่วนที่เกินได้รับยกเว้น รวมแล้วไม่เกิน 15% ของค่าจ้าง (กฎกระทรวง ฉบับที่ 126 ข้อ 2 (35)) | ใช่ |
| กบข. | เท่าที่จ่ายจริง ไม่เกิน 500,000 | ใช่ |
| กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน | เท่าที่จ่ายจริง ไม่เกิน 500,000 | ใช่ |
| กอช. | ไม่เกิน 30,000 | ใช่ |
| เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ | 15% ของเงินได้ ไม่เกิน 200,000 | ใช่ |
| Thai ESG | 30% ของเงินได้ ไม่เกิน 300,000 | ไม่ — เพดานแยก |
วิธีคิดเพดาน RMF ของตัวเองใน 3 บรรทัด
- เพดาน 30%: เงินได้พึงประเมินทั้งปี × 30%
- ที่ว่างในถัง 500,000: 500,000 − (PVD ส่วนของคุณ + กบข. + กอช. + ประกันบำนาญ + กองทุนครูเอกชน)
- RMF ที่ลดหย่อนได้จริง = ค่าที่ต่ำกว่าระหว่างข้อ 1 กับข้อ 2
ตัวอย่าง เงินได้ 1,800,000 บาท สะสม PVD 15% (270,000 บาท) ข้อ 1 ได้ 540,000 บาท ข้อ 2 ได้ 230,000 บาท RMF ที่ลดหย่อนได้จริงคือ 230,000 บาท ถ้าซื้อ 360,000 บาทเพราะคิดจาก 30% อย่างเดียว ส่วนเกิน 130,000 บาทจะถูกล็อกถึงอายุ 55 โดยไม่ได้ลดภาษีเลย
ตัวอย่างคำนวณ 4 กรณี: ซื้อเท่าไรลดภาษีได้เท่าไร
ทุกกรณีเป็นเงินเดือน (เงินได้ประเภท 40(1)) หักค่าใช้จ่าย 50% สูงสุด 100,000 บาท ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท ประกันสังคม 10,500 บาท (5% ของฐาน 17,500 บาท × 12 เดือน) คิดภาษีตามขั้นบันไดปี 2569: 150,000 แรกยกเว้น, 150,001-300,000 = 5%, 300,001-500,000 = 10%, 500,001-750,000 = 15%, 750,001-1,000,000 = 20%, 1,000,001-2,000,000 = 25% ตัวเลขเหล่านี้คือตัวอย่างประกอบการอธิบายกติกา ไม่ใช่คำแนะนำว่าควรซื้อเท่าไร
กรณีที่ 1: เงินเดือน 30,000 บาท (360,000 บาท/ปี)
360,000 − 100,000 − 60,000 − 10,500 = เงินได้สุทธิ 189,500
ภาษีทั้งปีมีแค่ 1,975 บาท และทั้งหมดอยู่ในขั้น 5% ถ้าซื้อ RMF หรือ Thai ESG 39,500 บาท เงินได้สุทธิจะเหลือ 150,000 บาทพอดี ภาษีเป็น 0 บาท
ซื้อมากกว่า 39,500 บาทไม่ได้ลดภาษีเพิ่ม เพราะภาษีติดลบไม่ได้ เพดาน 30% (108,000 บาท) จึงไม่ใช่ตัวเลขที่ควรใช้วางแผนในกรณีนี้ เงินลดหย่อน 39,500 บาทคืนภาษีได้ 5% คือ 1,975 บาท แลกกับการล็อกเงิน 5 ปี (Thai ESG) หรือจนอายุ 55 (RMF) — คุ้มหรือไม่ขึ้นกับว่าคุณต้องใช้เงินก้อนนี้เมื่อไร
กรณีที่ 2: เงินเดือน 60,000 บาท (720,000 บาท/ปี)
720,000 − 100,000 − 60,000 − 10,500 = เงินได้สุทธิ 549,500
เพดาน 30% ของ RMF และของ Thai ESG อยู่ที่ 216,000 บาทต่อกอง ลองดูสองระดับ:
(ก) ซื้อแค่พอหลุดขั้น 15%: Thai ESG 49,500 บาท
549,500 − 49,500 = เงินได้สุทธิ 500,000
ประหยัด 7,425 บาท หรือ 15% ของเงินที่ซื้อ นี่คือเงินลดหย่อนที่ “ได้ผลต่อบาท” สูงสุดของคนกลุ่มนี้
(ข) RMF 100,000 + Thai ESG 100,000 บาท
549,500 − 200,000 = เงินได้สุทธิ 349,500
ประหยัด 22,475 บาท จากเงินลงทุน 200,000 บาท แยกได้เป็น 49,500 บาทแรกที่ลดภาษีได้ 15% (7,425 บาท) และอีก 150,500 บาทที่ลดได้ 10% (15,050 บาท) เฉลี่ยราว 11.2% เห็นได้ว่าบาทหลังๆ มีค่าทางภาษีน้อยกว่าบาทแรก
กรณีที่ 3: เงินเดือน 100,000 บาท (1,200,000 บาท/ปี) ไม่มี PVD
1,200,000 − 100,000 − 60,000 − 10,500 = เงินได้สุทธิ 1,029,500
เพดาน 30% = 360,000 บาทต่อกอง RMF ซื้อได้เต็ม 360,000 บาท (ยังไม่ชนเพดานรวม 500,000 เพราะไม่มี PVD) ส่วน Thai ESG ถูกจำกัดที่ 300,000 บาท
ใช้เต็มทั้งสองกอง: RMF 360,000 + Thai ESG 300,000 บาท
1,029,500 − 660,000 = เงินได้สุทธิ 369,500
ประหยัด 107,925 บาท แต่ต้องใช้เงินสด 660,000 บาทในปีเดียว — เกินครึ่งของรายได้ทั้งปี
ถ้าซื้อเฉพาะ Thai ESG 300,000 บาท
1,029,500 − 300,000 = เงินได้สุทธิ 729,500
ประหยัด 60,450 บาท (300,000 บาทนี้ไปตัดขั้น 25%, 20% และส่วนหนึ่งของขั้น 15%) โดยเงินถูกล็อก 5 ปี ไม่ใช่จนถึงอายุ 55
กรณีที่ 4: เงินได้ 1,800,000 บาท/ปี สะสม PVD 15% (เพดานรวมเริ่มบังคับ)
PVD ส่วนของลูกจ้าง 270,000 บาท ถูกหักเข้ากองทุนผ่านเงินเดือนอยู่แล้ว (แต่ยังต้องกรอกใช้สิทธิ์ในแบบ ภ.ง.ด.90/91 เอง) จึงนำมาหักตั้งแต่ต้น
1,800,000 − 100,000 − 60,000 − 10,500 − 270,000 = เงินได้สุทธิ 1,359,500
ที่ว่างในเพดานรวมเหลือ 500,000 − 270,000 = 230,000 บาท นี่คือ RMF สูงสุดที่ลดหย่อนได้ แม้ 30% ของเงินได้จะเป็น 540,000 บาทก็ตาม
RMF 230,000 + Thai ESG 300,000 บาท
1,359,500 − 530,000 = เงินได้สุทธิ 829,500
ประหยัด 123,975 บาท (359,500 บาทตัดขั้น 25% ได้ 89,875 บาท อีก 170,500 บาทตัดขั้น 20% ได้ 34,100 บาท)
อยากเห็นว่าเงินที่ล็อกไว้ 5 ปีหรือจนอายุ 55 จะโตเป็นเท่าไรภายใต้สมมติฐานผลตอบแทนต่างๆ ลองใช้เครื่องคำนวณดอกเบี้ยทบต้น หรือเครื่องคำนวณเงินเกษียณ เพื่อดูว่าเงินก้อนนี้ช่วยเป้าหมายเกษียณได้แค่ไหน
หลังปี 2569: อะไรรู้แล้ว อะไรยังไม่รู้
Thai ESG ตั้งแต่ปี 2570: ตัวบทที่มีอยู่ตอนนี้
กฎกระทรวง ฉบับที่ 395 ไม่ได้ยกเลิก วรรคหนึ่งของ (105) ที่มาจากกฎกระทรวง ฉบับที่ 390 แต่แทนที่เฉพาะวรรคสองด้วยเงื่อนไขพิเศษปี 2567-2569 วรรคหนึ่งที่ยังมีผลอยู่เขียนว่า ค่าซื้อหน่วย Thai ESG ยกเว้นได้ “ในอัตราไม่เกินร้อยละสามสิบของเงินได้พึงประเมิน เฉพาะส่วนที่ไม่เกินหนึ่งแสนบาท” ต้อง “ถือหน่วยลงทุน…ไม่น้อยกว่าแปดปีนับตั้งแต่วันที่ซื้อหน่วยลงทุน” สำหรับ “เงินได้พึงประเมินที่ได้รับตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2575”
ความหมาย: ถ้าไม่มีกฎหมายใหม่ออกมาก่อน การซื้อ Thai ESG ตั้งแต่ 1 มกราคม 2570 จะกลับไปใช้เพดาน 30% ไม่เกิน 100,000 บาท และถือ 8 ปี WealthMagik สรุปไว้ตรงกัน นี่เป็นการอ่านจากตัวบท ณ 1 ตุลาคม 2569 ไม่ใช่การคาดการณ์นโยบาย
สิ่งที่ยังไม่รู้: รัฐบาลจะต่อเงื่อนไข 300,000 บาท / 5 ปีหรือไม่ หรือจะรวม Thai ESG เข้าไปในโครงสร้างใหม่ เราไม่พบประกาศใดเรื่องนี้
TISA: ยังไม่ใช่กฎหมาย และเป้าหมายเลื่อนไปปีภาษี 2570
- 8 ธันวาคม 2568: ครม.เศรษฐกิจเห็นชอบหลักการบัญชี TISA (Thailand Individual Savings Account) และเพดานลดหย่อนรวมกลุ่มการออม 800,000 บาท (ฐานเศรษฐกิจ 8 ธ.ค. 2568, Finnomena ซึ่งระบุเองว่ายังไม่ประกาศเป็นกฎหมาย) เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ข่าวยังรายงานว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างจัดทำหลักเกณฑ์ (ThaiPublica 27 ก.พ. 2569)
- 21 กรกฎาคม 2569: รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้สัมภาษณ์ว่าคงจะ ไม่มีเงื่อนไขตัวคูณ ตามระดับรายได้ที่เคยเสนอ และเพดาน 800,000 บาท “ยังอยู่ระหว่างพิจารณา” (The Nation)
- 27 ก.ค., 31 ส.ค. และ 11 ก.ย. 2569: ข่าวหุ้นรายงานว่ากระทรวงการคลังตั้งเป้าให้มีผล ปีภาษี 2570 และเพดานยังไม่สรุป (มีรายงานตั้งแต่ “ไม่ต่ำกว่า 5 แสน” ถึง 800,000 บาท) (ข่าวหุ้น 27 ก.ค., ข่าวหุ้น 31 ส.ค., ข่าวหุ้น 11 ก.ย.)
สถานะ ณ 1 ตุลาคม 2569: หน้า “กฎหมายออกใหม่” ของกรมสรรพากร กฎกระทรวงล่าสุดคือฉบับที่ 401 (พ.ศ. 2568) และไม่มีกฎกระทรวงหรือพระราชกฤษฎีกาเรื่อง TISA ปีภาษี 2569 จึงใช้เพดานเดิมทั้งหมด: RMF ในเพดานรวม 500,000 บาท และ Thai ESG 300,000 บาท ตัวอย่างทุกกรณีข้างบนคำนวณแบบนั้น ถ้าคุณกำลังวางแผนปี 2570 ให้รอดูกฎหมายที่ออกจริง เพราะตัวเลขในข่าวเปลี่ยนมาแล้วหลายรอบ
คิดอย่างไรก่อนเลือก RMF หรือ Thai ESG
เราไม่แนะนำกองทุนรายตัว และไม่บอกว่าใครควรซื้อเท่าไร (ผู้เขียนไม่มีใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุน) แต่กติกาภาษีข้างต้นทำให้ตั้งคำถามได้ชัดขึ้น 5 ข้อ:
- เงินก้อนนี้ต้องใช้เมื่อไร? Thai ESG ล็อก 5 ปีนับจากวันซื้อ RMF ล็อกจนกว่าจะครบ 5 ปีและอายุ 55 ถ้าคุณอายุ 30 RMF คือเงินที่แตะไม่ได้ราว 25 ปี
- ขั้นภาษีสูงสุดของคุณคือขั้นไหน? มูลค่าของการลดหย่อนเท่ากับอัตราภาษีของขั้นที่ถูกตัดออก กรณีที่ 1 ได้คืน 5% กรณีที่ 4 ได้คืน 20-25% ล็อกเงินเท่ากันแต่ได้ประโยชน์ต่างกันหลายเท่า
- ซื้อเท่าไรถึงจะหลุดขั้น? กรณีที่ 2 แสดงว่า 49,500 บาทแรกได้ผล 15% ส่วนที่เกินได้ 10% บางคนอาจพอใจแค่ซื้อให้หลุดขั้นบนสุด
- เพดานรวม 500,000 เหลือเท่าไร? มี PVD, กบข. หรือประกันบำนาญ ให้หักก่อน (กรณีที่ 4) Thai ESG ไม่ได้รับผลกระทบจากข้อนี้
- รักษาเงื่อนไขได้ไหม? RMF ห้ามหยุดซื้อเกิน 1 ปีติดต่อกัน ถ้ารายได้ไม่แน่นอน ให้คิดถึงปีที่อาจไม่มีเงินซื้อ ส่วน Thai ESG ไม่มีเงื่อนไขนี้ แต่ต้องซื้อภายใน 31 ธันวาคม 2569 ถ้าอยากได้เงื่อนไข 300,000 บาท / 5 ปี
ทั้งสองกองเป็นการลงทุนที่มูลค่าขึ้นลงได้ ภาษีที่ประหยัดได้ไม่ใช่ผลตอบแทนของกองทุน และไม่ได้ชดเชยการขาดทุน ถ้ามีโอกาสต้องใช้เงินก่อนครบกำหนด การคืนสิทธิ์พร้อมเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนอาจกินประโยชน์ที่ได้ไปหมด
อ่านค่าลดหย่อนรายการอื่นที่ใช้ร่วมกันได้ในรายการลดหย่อนภาษี 2569 ทั้งหมด ทบทวนวิธีคิดขั้นบันไดภาษีที่วิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 2569 และถ้ามี PVD อยู่แล้ว ดูคู่มือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพประกอบ จากนั้นใช้เครื่องคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจำลองตัวเลขของคุณเองก่อนโอนเงิน
แหล่งอ้างอิง
เนื้อหาตรวจสอบกับเอกสารต้นฉบับต่อไปนี้ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569:
- กฎกระทรวง ฉบับที่ 357 (พ.ศ. 2563) ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 137 ตอนที่ 19 ก 10 มีนาคม 2563 — ข้อ 1 แก้ (32) กำไรจากการขายหน่วยกองทุนรวม (ไม่รวม SSF/RMF), ข้อ 2 แก้ (55) RMF 30% / 500,000 / ถือ 5 ปีและอายุ 55, ข้อ 3 เพิ่ม (102) SSF เฉพาะเงินได้ 1 ม.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 2567 ถือ 10 ปี พร้อมรายการเพดานรวม 500,000 และ (103) กำไร SSF · mr357.pdf
- กฎกระทรวง ฉบับที่ 390 (พ.ศ. 2566) ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 140 ตอนที่ 69 ก 8 ธันวาคม 2566 — Thai ESG วรรคหนึ่ง: 30% ไม่เกิน 100,000 บาท ถือ 8 ปี เงินได้ 21 พ.ย. 2566 – 31 ธ.ค. 2575 · mr390.pdf
- กฎกระทรวง ฉบับที่ 395 (พ.ศ. 2567) ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 141 ตอนที่ 77 ก 3 ธันวาคม 2567 — Thai ESG ซื้อ 1 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2569: 30% ไม่เกิน 300,000 บาท ถือ 5 ปี และผลของการผิดเงื่อนไข · mr395.pdf
- ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 369) — เงื่อนไข SSF: ข้อ 1 ช่วงซื้อและถือ 10 ปี, ข้อ 4 ผลของการผิดเงื่อนไข (ยื่นแบบเพิ่มเติม เงินเพิ่มมาตรา 27 กำไรคิดแบบ FIFO), ข้อ 6 การย้ายกองภายใน 5 วันทำการ · dg369.pdf
- สรุปค่าลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรมสรรพากร ฉบับปรับปรุง 28 มกราคม 2568 — ข้อ 11 (PVD ส่วนลดหย่อนตามจริงไม่เกิน 10,000 บาท), ข้อ 12-16 (ประกันบำนาญ, กบข., กองทุนครูเอกชน, กอช.) และข้อ 21 (Thai ESG) · tax_deductions_update280168.pdf
- กฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) ข้อ 2 (35) — ยกเว้นเงินสะสม PVD ส่วนที่เกิน 10,000 บาท ไม่เกิน 15% ของค่าจ้าง · rd.go.th/2502.html
- ประมวลรัษฎากร มาตรา 27 — เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนหรือเศษของเดือน · rd.go.th/5943.html
- หน้ากฎหมายออกใหม่ กรมสรรพากร — ตรวจ 1 ต.ค. 2569 กฎกระทรวงล่าสุดฉบับที่ 401 (พ.ศ. 2568) ไม่พบกฎหมายต่ออายุ SSF หรือเรื่อง TISA · rd.go.th/21221.html
- ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย — คำถาม-คำตอบ RMF (13 ธ.ค. 2566) เงื่อนไขซื้อต่อเนื่องและไม่กำหนดขั้นต่ำ · set.or.th และสรุปค่าลดหย่อน 2568 (20 พ.ย. 2568) Thai ESG ไม่ต้องซื้อต่อเนื่อง · set.or.th (แหล่งรอง ไม่ใช่ตัวประกาศอธิบดีฯ)
- Thai ESG ปี 2570-2575 — WealthMagik สรุปเงื่อนไข 100,000 บาท / 8 ปี ตรงกับตัวบทกฎกระทรวง 390 · wealthmagik.com (แหล่งรอง)
- สถานะ TISA — ฐานเศรษฐกิจ 8 ธ.ค. 2568, Finnomena, ThaiPublica 27 ก.พ. 2569, The Nation 21 ก.ค. 2569, ข่าวหุ้น 27 ก.ค. / 31 ส.ค. / 11 ก.ย. 2569 (ลิงก์ในหัวข้อหลังปี 2569) — เป็นข่าว ไม่ใช่กฎหมาย
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับกติกาภาษี ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน ภาษี หรือการลงทุนเป็นรายบุคคล และไม่ได้แนะนำกองทุนรายใด ผู้เขียนไม่มีใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุนจากสำนักงาน ก.ล.ต. ก่อนลงทุนให้อ่านหนังสือชี้ชวนและปรึกษาผู้มีใบอนุญาต ก่อนใช้สิทธิ์หรือขายหน่วยที่ยังติดเงื่อนไข ให้ตรวจกับกรมสรรพากร สายด่วน 1161 หรือ rd.go.th หากเนื้อหาส่วนใดไม่ตรงกับประกาศล่าสุด ให้ยึดตามประกาศของกรมสรรพากร
คำถามที่พบบ่อย
ปีภาษี 2569 ซื้อ SSF แล้วลดหย่อนได้ไหม?
ไม่ได้ กฎกระทรวง ฉบับที่ 357 ให้สิทธิ์ SSF เฉพาะเงินได้ที่ได้รับ 1 ม.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 2567 และประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่ 369 กำหนดให้ต้องซื้อในช่วงเดียวกัน ณ 1 ต.ค. 2569 ยังไม่มีกฎหมายต่ออายุ การซื้อ SSF ในปี 2568-2569 จึงไม่ได้สิทธิ์ลดหย่อน
ถือ SSF อยู่แล้ว ต้องทำอะไรบ้าง?
ถือแต่ละรายการให้ครบ 10 ปีนับจากวันที่ซื้อ ย้ายไปกอง SSF อื่นได้ถ้าเงินถึงกองปลายทางภายใน 5 วันทำการ กำไรของหน่วยที่ถือครบ 10 ปีได้รับยกเว้นภาษี ข้อยกเว้นของเงื่อนไขถือครองคือทุพพลภาพที่แพทย์รับรองหรือเสียชีวิต
ขาย SSF ก่อนครบ 10 ปีจะเป็นอย่างไร?
ตามประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่ 369 ข้อ 4 จะหมดสิทธิ์ยกเว้น ต้องยื่นแบบเพิ่มเติมเสียภาษีของปีที่เคยใช้สิทธิ์ (เฉพาะปีที่ยื่นแบบไว้ไม่เกิน 5 ปี) พร้อมเงินเพิ่มตามมาตรา 27 อัตรา 1.5% ต่อเดือนหรือเศษของเดือน และกำไรจากการขายต้องเสียภาษีโดยคิดต้นทุนแบบ FIFO ตรวจกรณีของคุณกับสายด่วน 1161
RMF กับ Thai ESG ต่างกันอย่างไร?
ทั้งคู่ลดหย่อนได้ 30% ของเงินได้พึงประเมิน RMF อยู่ในเพดานรวม 500,000 บาทร่วมกับ PVD กบข. กอช. และประกันบำนาญ ต้องถือ 5 ปีขึ้นไปและขายเมื่ออายุ 55 ปีขึ้นไป และห้ามหยุดซื้อเกิน 1 ปีติดต่อกัน ส่วน Thai ESG ไม่เกิน 300,000 บาท เป็นเพดานแยก ถือ 5 ปีนับจากวันซื้อแต่ละครั้ง และไม่ต้องซื้อต่อเนื่อง
ใช้สิทธิ์ทั้ง RMF และ Thai ESG ในปีเดียวกันได้ไหม?
ได้ เพดาน 30% ของสองกองแยกกัน และ Thai ESG ไม่นับรวมในเพดาน 500,000 บาท ผู้มีเงินได้ 1,200,000 บาทที่ไม่มี PVD ลดหย่อน RMF ได้ถึง 360,000 บาท และ Thai ESG 300,000 บาท ในตัวอย่างของเราภาษีลดจาก 122,375 เหลือ 14,450 บาท
Thai ESG ตั้งแต่ปี 2570 เงื่อนไขเป็นอย่างไร?
เพดาน 300,000 บาทและถือ 5 ปีตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 395 ใช้กับหน่วยที่ซื้อ 1 ม.ค. 2567 – 31 ธ.ค. 2569 เท่านั้น วรรคหนึ่งเดิมของกฎกระทรวง ฉบับที่ 390 ยังมีผลกับเงินได้ถึง 31 ธ.ค. 2575 คือ 30% ของเงินได้ ไม่เกิน 100,000 บาท ถือ 8 ปี ถ้าไม่มีกฎหมายใหม่ การซื้อตั้งแต่ปี 2570 จะใช้เงื่อนไขนี้
TISA หรือเพดาน 800,000 บาทใช้กับปีภาษี 2569 ได้ไหม?
ไม่ได้ ครม.เศรษฐกิจเห็นชอบหลักการ TISA เมื่อ ธ.ค. 2568 แต่ ณ 1 ต.ค. 2569 ยังไม่มีกฎกระทรวงหรือพระราชกฤษฎีกาประกาศใช้ ข่าวล่าสุดระบุว่ากระทรวงการคลังตั้งเป้าปีภาษี 2570 ตัวคูณตามรายได้น่าจะถูกตัดออก และเพดานยังไม่สรุป ปีภาษี 2569 ใช้เพดาน RMF และ Thai ESG เดิม
เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง
บทความที่เกี่ยวข้อง
รายการลดหย่อนภาษี 2569 ทั้งหมด: เช็คลิสต์ครบทุกรายการ
รวมรายการลดหย่อนภาษี 2569 ครบทุกหมวด ส่วนตัว ประกัน RMF Thai ESG บ้าน บริจาค (SSF หมดสิทธิ์แล้ว) พร้อมแหล่งอ้างอิงและตัวอย่างคำนวณ 3 กรณี
ตารางอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 2569 พร้อมวิธีคำนวณ
ตารางอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 2569 ครบ 8 ขั้น (ยกเว้น 150,000 บาทแรก ถึง 35%) พร้อมยอดภาษีสะสมทุกขั้น วิธีคำนวณทีละขั้นตอน และตัวอย่างเงินเดือนจริง
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ: คู่มือวางแผนเกษียณที่มนุษย์เงินเดือนต้องอ่าน
ทุกเรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) อัตราเงินสะสม เงินสมทบจากนายจ้าง สิทธิประโยชน์ทางภาษี เงื่อนไขการถอน และวิธีวางแผนเกษียณให้เงินงอกเงยสูงสุด