คำนวณภาษีการขาย สหรัฐอเมริกา
คำนวณ Sales Tax ตามรัฐ ดูราคาก่อนและหลังภาษี หรือคำนวณย้อนกลับราคาก่อนภาษีจากยอดรวม
รายละเอียดภาษีการขาย
ราคาก่อนภาษี
-
ราคารวมภาษี
-
ภาษีรัฐ
-
ภาษีท้องถิ่น
-
รายละเอียดการคำนวณ
Sales Tax (ภาษีการขาย) คืออะไร?
Sales Tax คือภาษีการบริโภคที่เก็บโดยรัฐบาลระดับรัฐและท้องถิ่นในสหรัฐอเมริกา จากการขายปลีกสินค้าและบริการบางประเภท ต่างจากภาษีเงินได้ที่เก็บจากรายได้ Sales Tax เก็บจากการใช้จ่าย คำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์ของราคาสินค้าและบวกเพิ่มที่จุดขาย ร้านค้าเก็บภาษีจากผู้ซื้อและนำส่งรัฐบาล
สหรัฐอเมริกาเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศพัฒนาแล้วที่ไม่มี Sales Tax หรือ VAT ระดับชาติ แต่บริหารจัดการในระดับรัฐและท้องถิ่น ทำให้อัตราภาษีและกฎเกณฑ์แตกต่างกันทั่วประเทศ ภาษีที่คุณจ่ายขึ้นอยู่กับสถานที่ซื้อ ไม่ใช่ที่อยู่อาศัย (ยกเว้นบางกรณีสำหรับการซื้อออนไลน์)
ระบบ Sales Tax สหรัฐ: ภาษีรัฐ + ภาษีท้องถิ่น
Sales Tax ในสหรัฐมี 2 ชั้น ภาษีรัฐ (State Tax) เป็นอัตราเดียวกันทั่วทั้งรัฐที่กำหนดโดยสภานิติบัญญัติของรัฐ ภาษีท้องถิ่น (Local Tax) เป็นภาษีเพิ่มเติมที่เก็บโดยเคาน์ตี้ เมือง เขตขนส่ง หรือเขตภาษีพิเศษอื่นๆ อัตราท้องถิ่นบวกทับบนอัตราของรัฐ
เช่น ซื้อสินค้าราคา $100 ในพื้นที่ที่มีภาษีรัฐ 6% และภาษีท้องถิ่น 2% ภาษีรวม = $8.00 (8%) ราคาที่ต้องจ่ายคือ $108.00 สูตรคำนวณ:
ราคารวม = ราคาสินค้า + ภาษีรวม
การคำนวณย้อนกลับ (หาราคาก่อนภาษีจากยอดรวม):
ภาษี = ยอดรวม - ราคาก่อนภาษี
รัฐที่ไม่มี Sales Tax
5 รัฐไม่มี Sales Tax ระดับรัฐ: Alaska, Delaware, Montana, New Hampshire และ Oregon แต่ Alaska ไม่มีภาษีรัฐแต่อนุญาตให้เทศบาลเก็บภาษีท้องถิ่นได้ บางเมืองอย่าง Juneau (5%) และ Kodiak (7%) เก็บ Sales Tax ส่วนอีก 4 รัฐไม่มีทั้งภาษีรัฐและท้องถิ่น
การอาศัยหรือซื้อของในรัฐที่ไม่มี Sales Tax ช่วยประหยัดได้มากสำหรับสินค้าราคาสูง เช่น ซื้อรถราคา $30,000 ในรัฐที่มี Sales Tax 7% ต้องจ่ายภาษีเพิ่ม $2,100 รัฐเหล่านี้มักพึ่งพาภาษีทรัพย์สิน ภาษีเงินได้ หรือแหล่งรายได้อื่นแทน
รัฐที่มีภาษีสูงสุดและต่ำสุด
ในรัฐที่เก็บ Sales Tax อัตราแตกต่างกันมาก California มีอัตราระดับรัฐสูงสุดที่ 7.25% ตามด้วย Indiana, Mississippi, Rhode Island และ Tennessee ที่ 7% ส่วน Colorado มีอัตราต่ำสุดที่ 2.9%
แต่อัตราระดับรัฐอย่างเดียวไม่ได้บอกภาพทั้งหมด เมื่อรวมภาษีท้องถิ่น Tennessee, Louisiana และ Arkansas มักมีอัตรารวมสูงสุดในประเทศ มักเกิน 9-10% ในบางพื้นที่ รัฐอย่าง Alabama มีอัตราระดับรัฐเพียง 4% แต่ภาษีท้องถิ่นสูงถึง 7.5% ทำให้อัตรารวมสูงมาก
| รัฐ | อัตราภาษีรัฐ | อัตราท้องถิ่นเฉลี่ย | อัตรารวมเฉลี่ย |
|---|---|---|---|
| Tennessee | 7.00% | 2.55% | 9.55% |
| Louisiana | 4.45% | 5.10% | 9.55% |
| Arkansas | 6.50% | 2.97% | 9.47% |
| Washington | 6.50% | 2.81% | 9.31% |
| Alabama | 4.00% | 5.27% | 9.27% |
Sales Tax กับการซื้อออนไลน์: คำตัดสิน Wayfair
ก่อนปี 2018 ร้านค้าออนไลน์ต้องเก็บ Sales Tax เฉพาะในรัฐที่มีสถานที่ตั้งจริง (ร้าน คลังสินค้า หรือพนักงาน) สิ่งนี้เปลี่ยนไปด้วยคำตัดสินศาลสูงสุดในคดี South Dakota v. Wayfair, Inc. (มิถุนายน 2018) ศาลตัดสินว่ารัฐสามารถบังคับให้ผู้ขายนอกรัฐเก็บ Sales Tax ได้ตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แม้ไม่มีสถานที่ตั้งจริง
ปัจจุบันรัฐส่วนใหญ่มีกฎหมาย economic nexus เกณฑ์ทั่วไปคือยอดขาย $100,000 หรือ 200 ธุรกรรมภายในรัฐ แพลตฟอร์มใหญ่อย่าง Amazon, eBay และ Walmart เก็บและนำส่งภาษีแทนผู้ขายในแพลตฟอร์มแล้ว หากร้านค้าไม่เก็บภาษี ผู้ซื้อตามกฎหมายต้องรายงานและจ่าย "use tax" ในแบบภาษีของรัฐ
Sales Tax vs. VAT: ความแตกต่างสำคัญ
ระบบ Sales Tax ของสหรัฐแตกต่างจาก VAT (ภาษีมูลค่าเพิ่ม) ที่ใช้ในราว 170 ประเทศทั่วโลก VAT เก็บทุกขั้นตอนของห่วงโซ่อุปทาน (ผู้ผลิต ผู้ค้าส่ง ผู้ค้าปลีก) แต่ละธุรกิจจ่ายภาษีเฉพาะส่วนที่เพิ่มมูลค่าและเครดิตภาษีที่จ่ายไปแล้ว Sales Tax เก็บครั้งเดียวที่จุดขายปลีกสุดท้าย
ความแตกต่างสำคัญอีกประการคือการแสดงราคา ในประเทศที่ใช้ VAT ราคาที่แสดงมักรวมภาษีแล้ว (เช่น EUR 100 รวม VAT) ในสหรัฐ ราคาที่แสดงไม่รวม Sales Tax ราคาป้าย $100 หมายความว่าต้องจ่ายเพิ่มอีกตามอัตราภาษี สิ่งนี้อาจทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่คุ้นเคยกับราคารวมภาษีแปลกใจ
สินค้ายกเว้นภาษีตามรัฐ
แต่ละรัฐมีข้อยกเว้นแตกต่างกัน การทราบข้อยกเว้นช่วยวางแผนการซื้อสินค้ามูลค่าสูงได้:
อาหาร: ประมาณ 30 รัฐยกเว้น Sales Tax สำหรับอาหาร (อาหารที่ไม่ปรุง) บางรัฐอย่าง Alabama, Mississippi และ South Dakota เก็บภาษีอาหารเต็มอัตรา บางรัฐอย่าง Arkansas, Illinois และ Missouri ใช้อัตราลดหย่อนสำหรับอาหาร
เสื้อผ้า: รัฐส่วนใหญ่เก็บภาษีเสื้อผ้า แต่บางรัฐยกเว้น เช่น Pennsylvania ยกเว้นเสื้อผ้าและรองเท้าส่วนใหญ่ New Jersey ยกเว้นเสื้อผ้า Minnesota ยกเว้นเสื้อผ้า New York ยกเว้นเสื้อผ้าและรองเท้าราคาต่ำกว่า $110 ต่อชิ้น Massachusetts ยกเว้นเสื้อผ้าราคาต่ำกว่า $175 ต่อชิ้น
ยาตามใบสั่งแพทย์: เกือบทุกรัฐยกเว้น Sales Tax สำหรับยาตามใบสั่งแพทย์ Illinois เป็นรัฐเดียวที่เก็บภาษียาตามใบสั่งแพทย์ แต่ใช้อัตราลดหย่อน 1%
ตัวอย่าง: ซื้อแล็ปท็อป $1,500 ในแต่ละรัฐ
เปรียบเทียบราคารวมของแล็ปท็อป $1,500 ในสถานที่ต่างๆ:
| สถานที่ | อัตรารวม | ภาษี | ราคารวม |
|---|---|---|---|
| Portland, OR | 0.00% | $0.00 | $1,500.00 |
| Denver, CO | 8.81% | $132.15 | $1,632.15 |
| Houston, TX | 8.25% | $123.75 | $1,623.75 |
| Los Angeles, CA | 10.25% | $153.75 | $1,653.75 |
| Chicago, IL | 10.25% | $153.75 | $1,653.75 |
ผลต่างระหว่างซื้อใน Portland (ไม่มี Sales Tax) กับ Los Angeles (10.25% รวม) คือ $153.75 สำหรับสินค้า $1,500 สำหรับสินค้ามูลค่าสูง เช่น รถยนต์ เฟอร์นิเจอร์ หรืออิเล็กทรอนิกส์ การซื้อข้ามรัฐหรือออนไลน์อาจประหยัดได้มาก แม้ว่าอาจต้องจ่าย use tax ในรัฐที่อาศัย
เคล็ดลับการจัดการ Sales Tax
1. ทราบอัตราภาษีรวมในพื้นที่
หลายคนรู้อัตราภาษีรัฐแต่ลืมภาษีท้องถิ่น ภาษีเมือง เคาน์ตี้ และเขตพิเศษอาจเพิ่ม 1-5% หรือมากกว่า ตรวจสอบอัตรารวมที่แน่นอนบนเว็บไซต์กรมสรรพากรของรัฐเพื่อไม่ให้ประหลาดใจกับสินค้าราคาสูง
2. ใช้ประโยชน์จาก Tax Holiday
หากรัฐมี Sales Tax Holiday วางแผนซื้อสินค้าสำคัญในช่วงนั้น ซื้อเสื้อผ้าและอุปกรณ์การเรียน $500 ในช่วงสุดสัปดาห์ปลอดภาษี ในรัฐที่มี 7% Sales Tax ประหยัดได้ $35 การประหยัดเพิ่มขึ้นเมื่อซื้อสินค้าราคาสูงอย่างคอมพิวเตอร์
3. ใบรับรองขายต่อสำหรับธุรกิจ
หากซื้อสินค้าเพื่อขายต่อในธุรกิจ สามารถขอ resale certificate ที่ยกเว้น Sales Tax สำหรับสินค้าเหล่านั้น ผู้บริโภคปลายทางจ่ายภาษีเมื่อคุณขายสินค้า ช่วยป้องกันการเก็บภาษีซ้ำซ้อนในห่วงโซ่อุปทาน ติดต่อกรมสรรพากรของรัฐเพื่อดูเงื่อนไข
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
คำถามที่พบบ่อย
Sales Tax (ภาษีการขาย) คืออะไร ทำงานอย่างไรในสหรัฐ?
Sales Tax คือภาษีการบริโภคที่เก็บโดยรัฐและท้องถิ่นจากการขายสินค้าและบริการบางประเภท ต่างจาก VAT ตรงที่คำนวณเฉพาะที่จุดขายสุดท้ายและบวกเพิ่มจากราคาที่แสดง อัตราภาษีต่างกันตามรัฐ เคาน์ตี้ และเมือง สหรัฐไม่มี Sales Tax ระดับชาติ
รัฐใดไม่เก็บ Sales Tax?
5 รัฐไม่มี Sales Tax ระดับรัฐ: Alaska, Delaware, Montana, New Hampshire และ Oregon แต่ Alaska อนุญาตให้ท้องถิ่นเก็บภาษีได้ ส่วน Delaware, Montana, New Hampshire และ Oregon ไม่มีทั้งภาษีรัฐและท้องถิ่น
ภาษีรัฐและภาษีท้องถิ่นต่างกันอย่างไร?
ภาษีรัฐ (State Tax) เป็นอัตราเดียวกันทั่วทั้งรัฐ ภาษีท้องถิ่น (Local Tax) คือภาษีเพิ่มเติมที่เก็บโดยเคาน์ตี้ เมือง หรือเขตพิเศษ บวกทับบนอัตราของรัฐ เช่น California มีอัตรารัฐ 7.25% แต่รวมภาษีท้องถิ่นใน Los Angeles อาจสูงถึง 10.25%
ซื้อของออนไลน์ต้องจ่าย Sales Tax ไหม?
ส่วนใหญ่ต้องจ่าย หลังคำตัดสินศาลสูงสุด South Dakota v. Wayfair (2018) รัฐต่างๆ สามารถบังคับให้ร้านค้าออนไลน์เก็บภาษีได้แม้ไม่มีสถานที่ตั้งในรัฐ เกณฑ์ทั่วไปคือยอดขาย $100,000 หรือ 200 ธุรกรรม แพลตฟอร์มใหญ่อย่าง Amazon เก็บภาษีให้อัตโนมัติแล้ว
สินค้าอะไรได้รับยกเว้น Sales Tax?
แตกต่างตามรัฐ สินค้าที่มักได้รับยกเว้น ได้แก่ อาหาร (ยกเว้นในราว 30 รัฐ) ยาตามใบสั่งแพทย์ (เกือบทุกรัฐ) และเสื้อผ้า (บางรัฐ เช่น Pennsylvania, New Jersey, Minnesota) บางรัฐมี "Sales Tax Holiday" ลดภาษีสินค้าบางประเภทชั่วคราว
คำนวณราคาก่อนภาษีจากยอดรวมอย่างไร?
หารยอดรวมด้วย (1 + อัตราภาษีเป็นทศนิยม) เช่น จ่ายรวม $107 อัตราภาษี 7% ราคาก่อนภาษี = $107 / 1.07 = $100 ภาษี = $107 - $100 = $7 เครื่องคำนวณนี้ทำให้อัตโนมัติเมื่อเลือกโหมด "คำนวณราคาก่อนภาษีจากยอดรวม"
อัตรา Sales Tax เฉลี่ยในสหรัฐคือเท่าไร?
อัตราเฉลี่ยรวมรัฐและท้องถิ่นประมาณ 6.6% แต่แตกต่างมาก Tennessee, Louisiana และ Arkansas มีอัตราสูงสุดรวมมักเกิน 9% Colorado มีอัตราระดับรัฐต่ำสุดที่ 2.9% และ 5 รัฐไม่เก็บ Sales Tax เลย
Sales Tax ต่างจาก VAT อย่างไร?
Sales Tax เก็บเฉพาะจุดขายสุดท้ายแก่ผู้บริโภคและบวกเพิ่มจากราคาที่แสดง VAT เก็บทุกขั้นตอนการผลิตและจำหน่าย ธุรกิจเครดิตภาษีซื้อได้ VAT มักรวมอยู่ในราคาแล้ว ประมาณ 170 ประเทศใช้ VAT สหรัฐเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศพัฒนาแล้วที่ใช้ Sales Tax