คำนวณเงินสมทบประกันสังคม
คำนวณเงินสมทบประกันสังคมทั้งส่วนลูกจ้างและนายจ้าง มาตรา 33 อัตรา 5% ฐานสูงสุด 15,000 บาท สมทบสูงสุด 750 บาท/เดือน
ผลการคำนวณเงินสมทบประกันสังคม
ลูกจ้างจ่าย/เดือน
฿0
นายจ้างจ่าย/เดือน
฿0
รวมต่อเดือน
฿0
รายละเอียดการคำนวณ
- เงินเดือน
- ฿0
- ฐานเงินเดือนที่ใช้คำนวณ
- ฿0
- อัตราสมทบลูกจ้าง
- 5%
- อัตราสมทบนายจ้าง
- 5%
- ลูกจ้างจ่ายต่อปี
- ฿0
- นายจ้างจ่ายต่อปี
- ฿0
- รวมเงินสมทบต่อปี
- ฿0
- ลดหย่อนภาษีได้ (ส่วนลูกจ้าง)
- ฿0
สรุปรายปี
ประกันสังคมคืออะไร?
ประกันสังคม (Social Security) คือระบบการประกันภัยสังคมที่รัฐบาลจัดตั้งขึ้นเพื่อสร้างหลักประกันและความมั่นคงในการดำรงชีวิตให้แก่ประชาชน โดยกองทุนประกันสังคมจะให้ความคุ้มครองแก่ผู้ประกันตนใน 7 กรณี ได้แก่ กรณีเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และว่างงาน
ระบบประกันสังคมของไทยดำเนินงานภายใต้พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 และแก้ไขเพิ่มเติม โดยมีสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ สถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไปต้องขึ้นทะเบียนนายจ้างและลูกจ้างเป็นผู้ประกันตน
เงินสมทบประกันสังคมเป็นค่าใช้จ่ายร่วมกันระหว่าง 3 ฝ่าย คือ ลูกจ้าง นายจ้าง และรัฐบาล โดยลูกจ้างและนายจ้างจ่ายในอัตราเท่ากัน ส่วนรัฐบาลจ่ายสมทบในสัดส่วนที่กำหนด เงินสมทบนี้จะถูกหักจากเงินเดือนของลูกจ้างโดยอัตโนมัติทุกเดือน และนายจ้างต้องนำส่งพร้อมส่วนของนายจ้างให้สำนักงานประกันสังคมภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
อัตราเงินสมทบประกันสังคม มาตรา 33
สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 (ลูกจ้างในสถานประกอบการ) อัตราเงินสมทบปี 2569 มีดังนี้:
| รายการ | อัตรา | สูงสุด/เดือน | สูงสุด/ปี |
|---|---|---|---|
| ลูกจ้าง | 5% | 750 บาท | 9,000 บาท |
| นายจ้าง | 5% | 750 บาท | 9,000 บาท |
| รวม | 10% | 1,500 บาท | 18,000 บาท |
- ฐานค่าจ้างขั้นต่ำ: 1,650 บาท → เงินสมทบขั้นต่ำ 83 บาท/เดือน
- ฐานค่าจ้างสูงสุด: 15,000 บาท → เงินสมทบสูงสุด 750 บาท/เดือน
- เงินเดือนเกิน 15,000 บาท ก็จ่ายสมทบเท่ากับ 750 บาท/เดือนเท่านั้น
สูตรคำนวณเงินสมทบประกันสังคม
สูตร:
ฐานเงินเดือน = min(เงินเดือน, 15,000)
เงินสมทบลูกจ้าง = ฐานเงินเดือน x 5%
เงินสมทบนายจ้าง = ฐานเงินเดือน x 5%
รวมเงินสมทบ/เดือน = เงินสมทบลูกจ้าง + เงินสมทบนายจ้าง
ตัวอย่าง: เงินเดือน 25,000 บาท → ฐานที่ใช้คำนวณ = 15,000 บาท (เพดานสูงสุด) → ลูกจ้างจ่าย 15,000 x 5% = 750 บาท/เดือน → นายจ้างจ่าย 750 บาท/เดือน → รวม 1,500 บาท/เดือน
ตัวอย่าง 2: เงินเดือน 10,000 บาท → ฐานที่ใช้คำนวณ = 10,000 บาท (ยังไม่ถึงเพดาน) → ลูกจ้างจ่าย 10,000 x 5% = 500 บาท/เดือน → นายจ้างจ่าย 500 บาท/เดือน → รวม 1,000 บาท/เดือน
สิทธิประโยชน์ประกันสังคม 7 กรณี
1. กรณีเจ็บป่วย/ประสบอันตราย
- รักษาพยาบาลฟรีที่โรงพยาบาลตามสิทธิ์
- เงินทดแทนกรณีหยุดงาน 50% ของค่าจ้าง สูงสุด 90 วัน/ครั้ง ไม่เกิน 180 วัน/ปี
- เงื่อนไข: ส่งเงินสมทบครบ 3 เดือน ภายใน 15 เดือน
2. กรณีคลอดบุตร
- ค่าคลอดบุตรเหมาจ่าย 15,000 บาท/ครั้ง
- เงินสงเคราะห์การหยุดงาน 50% ของค่าจ้าง เป็นเวลา 90 วัน
- สิทธิ์ได้ 2 ครั้ง
- เงื่อนไข: ส่งเงินสมทบครบ 5 เดือน ภายใน 15 เดือน
3. กรณีทุพพลภาพ
- เงินทดแทน 50% ของค่าจ้าง ตลอดชีวิต (ทุพพลภาพรุนแรง)
- ค่ารักษาพยาบาลตามหลักเกณฑ์
- เงื่อนไข: ส่งเงินสมทบครบ 3 เดือน ภายใน 15 เดือน
4. กรณีเสียชีวิต
- ค่าทำศพ 50,000 บาท
- เงินสงเคราะห์แก่ทายาท 50% ของค่าจ้างเฉลี่ย 4 เดือน (ส่งเงินสมทบ 3-10 ปี) หรือ 12 เดือน (เกิน 10 ปี)
- เงื่อนไข: ส่งเงินสมทบครบ 1 เดือน ภายใน 6 เดือน
5. กรณีสงเคราะห์บุตร
- เงินสงเคราะห์บุตร 800 บาท/เดือน/คน
- บุตรอายุไม่เกิน 6 ปีบริบูรณ์ สูงสุด 3 คน
- เงื่อนไข: ส่งเงินสมทบครบ 12 เดือน ภายใน 36 เดือน
6. กรณีชราภาพ
- บำเหน็จชราภาพ: ส่งเงินสมทบน้อยกว่า 180 เดือน ได้รับเงินก้อน
- บำนาญชราภาพ: ส่งเงินสมทบ 180 เดือนขึ้นไป ได้รับเงินรายเดือน 20% ของค่าจ้าง 60 เดือนสุดท้าย
- ส่งเกิน 180 เดือน เพิ่ม 1.5% ต่อทุก 12 เดือน
- เงื่อนไข: อายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และไม่เป็นผู้ประกันตน
7. กรณีว่างงาน
- ถูกเลิกจ้าง: 50% ของค่าจ้าง สูงสุด 180 วัน
- ลาออกเอง: 30% ของค่าจ้าง สูงสุด 90 วัน
- เงื่อนไข: ส่งเงินสมทบครบ 6 เดือน ภายใน 15 เดือน ต้องขึ้นทะเบียนว่างงานที่สำนักงานจัดหางาน
เปรียบเทียบประกันสังคม มาตรา 33, 39 และ 40
| รายการ | มาตรา 33 | มาตรา 39 | มาตรา 40 |
|---|---|---|---|
| คุณสมบัติ | ลูกจ้าง | อดีต ม.33 | อาชีพอิสระ |
| เงินสมทบ/เดือน | 83-750 บาท | 432 บาท | 70-300 บาท |
| สิทธิ์คุ้มครอง | 7 กรณี | 6 กรณี | 3-5 กรณี |
| นายจ้างร่วมจ่าย | ใช่ | ไม่ | ไม่ |
| สิทธิ์ว่างงาน | ได้ | ไม่ได้ | ไม่ได้ |
เงินสมทบประกันสังคมกับการลดหย่อนภาษี
เงินสมทบประกันสังคมส่วนของลูกจ้างสามารถนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้เต็มจำนวนตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 9,000 บาท/ปี ซึ่งเป็นค่าลดหย่อนที่ได้โดยอัตโนมัติสำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33
สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 39 และ 40 ก็สามารถนำเงินสมทบไปลดหย่อนภาษีได้เช่นกัน มาตรา 39 ลดหย่อนได้สูงสุด 5,184 บาท/ปี (432 x 12) และมาตรา 40 ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง
ตัวอย่าง: พนักงานเงินเดือน 30,000 บาท เสียภาษีอัตราส่วนเพิ่ม 10% → เงินสมทบประกันสังคม 750 x 12 = 9,000 บาท → ประหยัดภาษีได้ 9,000 x 10% = 900 บาท/ปี
ข้อควรรู้เกี่ยวกับประกันสังคม
- ลูกจ้างที่เพิ่งเริ่มทำงานจะเริ่มมีสิทธิ์ประกันสังคมตั้งแต่วันแรกที่เข้าทำงาน แต่สิทธิ์แต่ละกรณีมีเงื่อนไขจำนวนเดือนสมทบที่แตกต่างกัน
- สามารถเปลี่ยนโรงพยาบาลประกันสังคมได้ปีละ 1 ครั้ง ในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม ผ่านระบบ e-Service ของ สปส.
- เมื่อลาออกจากงาน สิทธิ์ประกันสังคม ม.33 ยังคุ้มครองต่ออีก 6 เดือน
- นายจ้างที่ไม่นำส่งเงินสมทบภายในกำหนด จะต้องจ่ายเงินเพิ่ม 2% ต่อเดือน
- ตรวจสอบสิทธิ์ประกันสังคมได้ที่แอป SSO Connect หรือสายด่วนประกันสังคม 1506
- หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสิทธิ์ประกันสังคม สามารถสอบถามได้ที่สำนักงานประกันสังคมทุกแห่งทั่วประเทศ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
คำถามที่พบบ่อย
ประกันสังคมคืออะไร?
ประกันสังคมคือระบบสวัสดิการที่รัฐบาลจัดขึ้นเพื่อให้ความคุ้มครองแก่ผู้ประกันตน โดยนายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐบาลร่วมกันจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม ให้ความคุ้มครอง 7 กรณี ได้แก่ กรณีเจ็บป่วย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย กรณีสงเคราะห์บุตร กรณีชราภาพ และกรณีว่างงาน บริหารงานโดยสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน
อัตราเงินสมทบประกันสังคมปี 2569 เป็นเท่าไร?
อัตราเงินสมทบประกันสังคมมาตรา 33 ปี 2569 คือ ลูกจ้าง 5% และนายจ้าง 5% ของค่าจ้าง โดยคิดจากฐานค่าจ้างขั้นต่ำ 1,650 บาท และสูงสุด 15,000 บาท ดังนั้นเงินสมทบสูงสุดที่หักจากลูกจ้างคือ 750 บาท/เดือน (15,000 x 5%) และนายจ้างสมทบอีก 750 บาท/เดือน รวม 1,500 บาท/เดือน
ประกันสังคมมาตรา 33, 39, 40 ต่างกันอย่างไร?
มาตรา 33 คือผู้ประกันตนที่เป็นลูกจ้างในสถานประกอบการ นายจ้างและลูกจ้างจ่ายสมทบฝ่ายละ 5% ได้สิทธิ์ครบ 7 กรณี มาตรา 39 คือผู้เคยเป็นผู้ประกันตน ม.33 และลาออกแล้ว จ่ายสมทบ 432 บาท/เดือน ได้สิทธิ์ 6 กรณี (ไม่รวมว่างงาน) มาตรา 40 คือผู้ประกอบอาชีพอิสระ ฟรีแลนซ์ ค้าขาย จ่ายสมทบ 70-300 บาท/เดือน ตามทางเลือก ได้สิทธิ์ 3-5 กรณี
เงินสมทบประกันสังคมลดหย่อนภาษีได้ไหม?
ได้ เงินสมทบประกันสังคมส่วนของลูกจ้างสามารถนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้เต็มจำนวนตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 9,000 บาท/ปี (750 บาท x 12 เดือน) โดยนำไปกรอกในแบบ ภ.ง.ด.91 หรือ ภ.ง.ด.90 ในหมวดค่าลดหย่อน
สิทธิประโยชน์ประกันสังคม 7 กรณีมีอะไรบ้าง?
1) เจ็บป่วย - รักษาพยาบาลฟรีที่โรงพยาบาลประกันสังคม เงินทดแทนกรณีหยุดงาน 50% ของค่าจ้าง สูงสุด 90 วัน 2) คลอดบุตร - ค่าคลอดเหมาจ่าย 15,000 บาท เงินสงเคราะห์ 50% x 90 วัน สิทธิ์ 2 ครั้ง 3) ทุพพลภาพ - เงินทดแทน 50% ของค่าจ้าง ตลอดชีวิต 4) ตาย - เงินสงเคราะห์และค่าทำศพ 50,000 บาท 5) สงเคราะห์บุตร - 800 บาท/เดือน/คน สูงสุด 3 คน 6) ชราภาพ - บำนาญหรือบำเหน็จชราภาพเมื่ออายุ 55 ปี 7) ว่างงาน - 50% ของค่าจ้าง สูงสุด 180 วัน (กรณีถูกเลิกจ้าง)
ลาออกแล้วต้องจ่ายประกันสังคมไหม?
เมื่อลาออกจากงาน สิทธิ์ประกันสังคมมาตรา 33 จะยังคุ้มครองต่ออีก 6 เดือน สำหรับกรณีเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ และตาย หากต้องการรักษาสิทธิ์ต่อ สามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 ภายใน 6 เดือนหลังลาออก โดยจ่ายสมทบ 432 บาท/เดือน (คิดจากฐาน 4,800 บาท x 9%) ได้สิทธิ์ 6 กรณี (ยกเว้นว่างงาน)
เงินชราภาพประกันสังคมได้เท่าไร?
เงินชราภาพประกันสังคมแบ่งเป็น 2 รูปแบบ 1) บำเหน็จชราภาพ: สำหรับผู้ส่งเงินสมทบน้อยกว่า 180 เดือน (15 ปี) จะได้รับเงินก้อนเดียว คือเงินสมทบที่สะสมมา + ผลตอบแทน 2) บำนาญชราภาพ: สำหรับผู้ส่งเงินสมทบ 180 เดือนขึ้นไป ได้รับเงินบำนาญรายเดือน 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย (สูงสุด 15,000 บาท) ส่งเกิน 180 เดือน จะเพิ่มอีก 1.5% ทุก 12 เดือน
ฟรีแลนซ์สมัครประกันสังคมได้ไหม?
ได้ ฟรีแลนซ์และผู้ประกอบอาชีพอิสระสามารถสมัครประกันสังคมมาตรา 40 ได้ที่สำนักงานประกันสังคมทุกแห่ง มี 3 ทางเลือก: ทางเลือกที่ 1 จ่าย 70 บาท/เดือน ได้สิทธิ์ 3 กรณี (เจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย) ทางเลือกที่ 2 จ่าย 100 บาท/เดือน ได้สิทธิ์ 4 กรณี (เพิ่มชราภาพ) ทางเลือกที่ 3 จ่าย 300 บาท/เดือน ได้สิทธิ์ 5 กรณี (เพิ่มสงเคราะห์บุตร) เงินสมทบยังนำไปลดหย่อนภาษีได้ด้วย