คู่มือ 🇹🇭 ประเทศไทย

เกษียณในไทยต้องมีเงินเท่าไร? คู่มือค่าครองชีพ 2569

เกษียณในไทยต้องมีเงินเท่าไร? คนโสดใช้ราว 30,000–80,000 บาท/เดือน คู่มือค่าครองชีพ แหล่งเงินเกษียณ (บำนาญ/เบี้ยยังชีพ/PVD) และภาษี ฉบับ 2569

สว
สรวิศ วารนิช
13 นาที อัปเดตเมื่อ 17 กรกฎาคม 2569

เกษียณในไทยต้องมีเงินเท่าไร? คำตอบสั้นๆ

คนไทยโสดที่อยากเกษียณแบบสบายๆ ในไทยใช้เงินราว 30,000–80,000 บาท/เดือน แปลว่าต้องมีเงินเก็บประมาณ 9–24 ล้านบาท ตามกฎ 4% (ถ้าไม่มีรายได้อื่นเลย) ตัวเลขนี้ขึ้นกับเมืองที่อยู่และไลฟ์สไตล์ — อยู่ต่างจังหวัดแบบเรียบง่ายใช้ราว 20,000–30,000 บาท/เดือน (ต้องมีเงินก้อนราว 6–9 ล้าน) ส่วนชีวิตหรูใจกลางกรุงเทพหรือภูเก็ตอาจแตะ 120,000+ บาท/เดือน

แต่ตัวเลข “เงินก้อน” ข้างต้นสมมติว่าคุณไม่มีรายได้ประจำอื่นเลย ในความเป็นจริง คนไทยส่วนใหญ่มี บำนาญประกันสังคม + กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ + เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ที่ช่วยแบ่งเบาภาระ ทำให้เงินก้อนที่ต้องเก็บเอง น้อยลงมาก บทความนี้พาไปดูทั้งค่าครองชีพจริงรายเมือง วิธีคำนวณเงินก้อน และแหล่งเงินเกษียณของคนไทยแบบครบทุกทาง

ตัวเลขค่าครองชีพในบทความนี้เป็น ประมาณการปี 2569 จากข้อมูลค่าครองชีพเฉลี่ยและจะแตกต่างกันตามพื้นที่และพฤติกรรมส่วนบุคคล ใช้เป็นกรอบวางแผน ไม่ใช่ตัวเลขตายตัว

ค่าครองชีพรายเดือนแยกตามเมือง

ทำเลที่อยู่คือปัจจัยที่กระทบงบเกษียณมากที่สุด กรุงเทพและเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ตแพงกว่าภาคอีสานเกือบเท่าตัว ตารางด้านล่างเป็นประมาณการรายเดือนสำหรับ ผู้เกษียณโสด 1 คน ที่ใช้ชีวิตแบบสบายๆ — เช่าคอนโด/บ้านพอเหมาะ กินทั้งอาหารตามสั่งและร้านนอกบ้างเป็นครั้งคราว

ค่าใช้จ่าย/เดือน (บาท)กรุงเทพเชียงใหม่ภูเก็ต/เกาะอีสาน
ที่พัก (เช่า 1 ห้องนอน)12,0008,00014,0005,000
อาหาร12,0009,00012,0007,000
เดินทาง2,5001,5003,0001,500
น้ำ/ไฟ/เน็ต2,5002,0003,0001,800
ค่ารักษา/ประกันสุขภาพ4,0003,5004,0003,000
สันทนาการ/สังสรรค์6,0004,5007,0003,000
รวมต่อเดือน฿39,000฿28,500฿43,000฿21,300

เชียงใหม่ เป็นขวัญใจผู้เกษียณที่อยากประหยัด อากาศเย็นสบาย มีโรงพยาบาลดี ค่าเช่าถูกกว่ากรุงเทพ 30–40% อีสาน ถูกที่สุดแบบทิ้งห่าง เหมาะกับคนที่มีบ้านเดิมอยู่แล้ว ภูเก็ตและเกาะ แพงสุดเพราะค่าเช่าและของกินติดเรตนักท่องเที่ยว ส่วน กรุงเทพ อยู่กลางๆ ค่อนสูง แต่ได้ความสะดวกและโรงพยาบาลระดับท็อป

3 ระดับงบเกษียณ: ประหยัด สบาย หรู

ลองดูว่าแต่ละไลฟ์สไตล์ใช้เงินรวมต่อเดือนเท่าไรสำหรับคนโสด 1 คน

ระดับต่อเดือน (บาท)ได้อะไรบ้าง
ประหยัด฿20,000–30,000ต่างจังหวัดหรืออีสาน กินอาหารท้องถิ่น ใช้มอเตอร์ไซค์ บ้านเดิม/คอนโดเล็ก ใช้สิทธิบัตรทอง
สบาย฿40,000–60,000คอนโดทันสมัย กินนอกบ้านบ้าง มีประกันสุขภาพเอกชน เที่ยวได้ประจำ เชียงใหม่หรือชานเมืองกรุงเทพ
หรู฿80,000–120,000+ใจกลางกรุงเทพหรือติดทะเลภูเก็ต มีรถ มีคนช่วยงานบ้าน โรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ เที่ยวต่างประเทศบ่อย

สำหรับ คู่สามีภรรยา ให้คูณราว 1.5 เท่า ไม่ใช่ 2 เท่า เพราะค่าที่พัก ค่าน้ำค่าไฟ และค่าเน็ตใช้ร่วมกันได้ ดังนั้นงบระดับสบายของคู่รักจะอยู่ราว 65,000–90,000 บาท/เดือน

แหล่งเงินเกษียณของคนไทย (ไม่ต้องใช้วีซ่า)

จุดสำคัญที่ทำให้คนไทยได้เปรียบชาวต่างชาติ: คนไทยเกษียณในประเทศตัวเองไม่ต้องขอวีซ่าเกษียณ ไม่ต้องโชว์เงินฝาก 800,000 บาท และไม่ต้องมีรายได้ 65,000 บาท/เดือนตามเงื่อนไขวีซ่า เงื่อนไขเหล่านั้นใช้กับชาวต่างชาติเท่านั้น สิ่งที่คนไทยต้องโฟกัสแทนคือ “จะเอาเงินจากไหนมาใช้หลังเลิกทำงาน” ซึ่งมีหลายทางประกอบกัน

1. บำนาญชราภาพประกันสังคม (มาตรา 33/39)

ถ้าคุณเป็นผู้ประกันตนและส่งเงินสมทบครบ 180 เดือน (15 ปี) จะได้รับ บำนาญชราภาพรายเดือนตลอดชีวิต เมื่ออายุครบ 55 ปีและสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน สูตรคำนวณแบบ CARE ให้อัตราเริ่มต้น 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย เมื่อส่งครบ 15 ปี และบวกเพิ่ม 1.5% ต่อทุกปีที่ส่งเกิน โดย CARE ใช้ค่าจ้างเฉลี่ยตลอดการเป็นผู้ประกันตน (ปรับค่าแล้ว) ทั้งนี้เพดานค่าจ้างที่นำส่งเงินสมทบปัจจุบัน (ปี 2569) อยู่ที่ 17,500 บาท ปรับขึ้นจาก 15,000 บาทเดิมตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569

ตัวอย่าง: ส่งครบ 20 ปี ได้อัตรา 20% + (1.5% × 5) = 27.5% หากค่าจ้างเฉลี่ย (revalued) อยู่ที่ราว 15,000 บาท จะได้ = 4,125 บาท/เดือนตลอดชีวิต (ผู้ที่ส่งด้วยฐานค่าจ้างสูงกว่าจะได้บำนาญมากกว่านี้) อยากรู้ตัวเลขของตัวเอง ลองใช้ เครื่องคำนวณบำนาญประกันสังคม (สูตร CARE)

2. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD)

ถ้าบริษัทมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ นี่คือเงินก้อนใหญ่ที่สุดของมนุษย์เงินเดือนหลายคน — เงินสมทบส่วนคุณ + ส่วนนายจ้าง + ผลตอบแทนจากการลงทุน สะสมทบต้นหลายสิบปี ยิ่งเลือกแผนลงทุนที่มีหุ้นและสะสมนาน ยิ่งได้เงินก้อนโต ดูว่าจะมีเงินกองทุนเท่าไรตอนเกษียณได้ที่ เครื่องคำนวณกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และอ่านวิธีเพิ่มประสิทธิภาพได้ที่ คู่มือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

3. RMF / SSF / Thai ESG

กองทุนลดหย่อนภาษีเหล่านี้ทำหน้าที่ 2 อย่างพร้อมกัน — ประหยัดภาษีตอนทำงาน และสร้างเงินก้อนไว้ใช้ตอนเกษียณ โดยเฉพาะ RMF ที่ออกแบบมาเพื่อการเลี้ยงชีพหลังอายุ 55 ปีโดยตรง

4. เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

รัฐจ่ายเบี้ยยังชีพให้ผู้สูงอายุแบบ ขั้นบันไดตามอายุ ปีงบประมาณ 2569 อยู่ที่:

อายุเบี้ยยังชีพ/เดือน
60–69 ปี600 บาท
70–79 ปี700 บาท
80–89 ปี800 บาท
90 ปีขึ้นไป1,000 บาท

เป็นเงินเสริม ไม่ใช่เงินหลัก แต่ก็ช่วยลดภาระได้บ้าง (อาจมีมาตรการเสริมชั่วคราวจากรัฐเป็นครั้งคราว — ตรวจสอบกับกรมกิจการผู้สูงอายุ พม. ก่อน)

5. เงินก้อนและการลงทุนส่วนตัว

ส่วนที่เหลือคือเงินออม เงินลงทุน หุ้น กองทุนรวม เงินฝาก หรืออสังหาฯ ปล่อยเช่า ที่คุณสร้างเองไว้ ส่วนนี้แหละที่กฎ 4% (หัวข้อถัดไป) ช่วยบอกว่าต้องมีเท่าไร

ค่ารักษาพยาบาลและประกันสุขภาพ

ข้อได้เปรียบใหญ่ของคนไทยคือ สิทธิรักษาพยาบาลของรัฐ ที่ครอบคลุมตลอดชีวิต:

  • สิทธิบัตรทอง (หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า / สปสช.): คนไทยทุกคนที่ไม่มีสิทธิอื่นได้รับสิทธินี้ รักษาฟรีตามสถานพยาบาลที่ลงทะเบียน
  • ผู้ประกันตนมาตรา 39: ถ้าเคยเป็นมาตรา 33 แล้วออกจากงาน สามารถส่งต่อเป็นมาตรา 39 เพื่อรักษาสิทธิประกันสังคมต่อได้
  • ประกันสุขภาพเอกชน: ทางเลือกเสริมสำหรับคนที่อยากได้โรงพยาบาลเอกชน ห้องส่วนตัว และไม่ต้องรอคิว

โรงพยาบาลเอกชนไทย (เช่น บำรุงราษฎร์ สมิติเวช เครือกรุงเทพ) มีคุณภาพระดับสากลในราคาที่ถูกกว่าฝั่งตะวันตกมาก แต่เบี้ยประกันสุขภาพเอกชนจะแพงขึ้นตามอายุ:

อายุผู้เกษียณเบี้ยประกันเอกชนต่อปี (โดยประมาณ)
50–59 ปี฿40,000–80,000
60–69 ปี฿70,000–140,000
70 ปีขึ้นไป฿130,000–250,000+

ภาษีสำหรับผู้เกษียณ

ข่าวดีสำหรับผู้เกษียณไทย: รายได้หลังเกษียณส่วนใหญ่ ได้รับการยกเว้นหรือเสียภาษีน้อยมาก

  • บำนาญชราภาพประกันสังคม และ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เป็นเงินได้ที่ได้รับ ยกเว้นภาษี
  • เงินก้อนจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เมื่อออกเพราะเกษียณอายุ (55 ปีขึ้นไป) และเป็นสมาชิกกองทุนไม่น้อยกว่า 5 ปี ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเช่นกัน
  • ผู้มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ได้รับยกเว้นเงินได้ 190,000 บาทแรก เพิ่มจากค่าลดหย่อนส่วนบุคคล 60,000 บาท ทำให้รายได้หลังเกษียณจำนวนมากไม่ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษี

ส่วนรายได้จากการลงทุน เช่น ดอกเบี้ยเงินฝาก เงินปันผล หรือกำไรจากการขายหลักทรัพย์ ยังอยู่ในข่ายภาษี (มักถูกหัก ณ ที่จ่าย) อยากประเมินภาษีของตัวเองหลังเกษียณ ลองอ่าน วิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 2569 เพิ่มเติม

ต้องมีเงินเก็บรวมเท่าไร? (กฎ 4%)

ค่าใช้จ่ายรายเดือนเป็นแค่ครึ่งเดียวของภาพ อีกครึ่งคือ เงินก้อนรวม ที่ต้องมี วิธีคำนวณยอดนิยมคือ กฎ 4% ซึ่งบอกว่าคุณถอนเงินจากพอร์ตได้ราว 4% ในปีแรกและปรับตามเงินเฟ้อในปีถัดๆ ไป โดยเงินก้อนมีโอกาสอยู่ได้ราว 30 ปี พูดง่ายๆ คือ:

เงินก้อนที่ต้องมี = ค่าใช้จ่ายต่อปี ÷ 0.04 = ค่าใช้จ่ายต่อปี × 25

กฎ 4%: เอาค่าใช้จ่ายต่อปีคูณด้วย 25

นำมาใช้กับค่าครองชีพในไทย (กรณีไม่มีรายได้ประจำอื่น):

ไลฟ์สไตล์ค่าใช้จ่ายต่อปีเงินก้อนที่ต้องมี (× 25)
ประหยัด (25,000/เดือน)฿300,000฿7,500,000
สบาย (50,000/เดือน)฿600,000฿15,000,000
หรู (100,000/เดือน)฿1,200,000฿30,000,000

กฎ 4% เป็นแค่จุดตั้งต้น ไม่ใช่กฎเหล็ก บางคนอนุรักษ์นิยมกว่าใช้ 3.5% (คูณ 28–29) เพื่อความปลอดภัยหากเกษียณเร็วหรือใช้เงินนานกว่า 30 ปี ปัจจัยสำคัญคือ ผลตอบแทนพอร์ต เงินเฟ้อ และอายุขัย ยิ่งเก็บได้เกินเป้าเท่าไร ความมั่นคงยิ่งสูง

คำถามที่พบบ่อย

เกษียณในไทยต้องมีเงินเท่าไร? คนโสดใช้ราว 20,000–30,000 บาท/เดือน (ประหยัด), 40,000–60,000 บาท/เดือน (สบาย) หรือ 80,000–120,000+ บาท/เดือน (หรู) ถ้าไม่มีรายได้อื่นเลย เงินก้อนที่ต้องมีตามกฎ 4% อยู่ราว 7.5–30 ล้านบาท แต่ถ้ามีบำนาญและเบี้ยยังชีพจะน้อยลงมาก

คนไทยเกษียณต้องขอวีซ่าเกษียณไหม? ไม่ต้อง วีซ่าเกษียณและเงื่อนไขเงินฝาก 800,000 บาท หรือรายได้ 65,000 บาท/เดือน ใช้กับ ชาวต่างชาติ เท่านั้น คนไทยอยู่ในประเทศตัวเองได้โดยไม่มีเงื่อนไขวีซ่า

เกษียณด้วยเงิน 20,000 บาท/เดือนได้ไหม? ได้ในต่างจังหวัดหรืออีสาน โดยเฉพาะถ้ามีบ้านเป็นของตัวเองแล้วและใช้สิทธิบัตรทอง เงิน 20,000 บาทพอสำหรับชีวิตเรียบง่ายแต่สบาย แต่จะตึงมือในกรุงเทพหรือภูเก็ต

บำนาญประกันสังคมได้เท่าไร? สูตร CARE ให้ 20% ของค่าจ้างเฉลี่ยตลอดการเป็นผู้ประกันตน เมื่อส่งครบ 15 ปี บวกเพิ่ม 1.5% ต่อทุกปีที่ส่งเกิน (เพดานค่าจ้างนำส่งปี 2569 = 17,500 บาท) เช่น ส่ง 20 ปี หากค่าจ้างเฉลี่ยราว 15,000 บาท ได้ 27.5% = 4,125 บาท/เดือนตลอดชีวิต คำนวณของคุณได้ที่เครื่องคำนวณบำนาญประกันสังคม

เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุปี 2569 ได้เท่าไร? จ่ายแบบขั้นบันได: อายุ 60–69 ปีได้ 600 บาท, 70–79 ปีได้ 700 บาท, 80–89 ปีได้ 800 บาท และ 90 ปีขึ้นไปได้ 1,000 บาท/เดือน (ตรวจสอบมาตรการล่าสุดกับกรมกิจการผู้สูงอายุ)

ผู้เกษียณต้องเสียภาษีไหม? บำนาญประกันสังคม เบี้ยยังชีพ และเงินก้อนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (เกษียณ 55+ และสมาชิก 5 ปีขึ้นไป) ได้รับยกเว้นภาษี อีกทั้งผู้มีอายุ 65 ปีขึ้นไปยกเว้นเงินได้ 190,000 บาทแรก ทำให้ผู้เกษียณส่วนใหญ่เสียภาษีน้อยมากหรือไม่เสียเลย

คู่สามีภรรยาเกษียณต้องมีเงินเท่าไร? ราว 1.5 เท่าของคนโสด เพราะแบ่งค่าที่พักและค่าน้ำค่าไฟกัน คือประมาณ 65,000–90,000 บาท/เดือนสำหรับชีวิตสบาย เงินก้อนตามกฎ 4% ราว 20–27 ล้านบาท (ก่อนหักรายได้ประจำของทั้งคู่)

ต้องมีเงินเก็บรวมเท่าไรจึงเกษียณได้? ใช้กฎ 4% คือคูณค่าใช้จ่ายต่อปีด้วย 25 ชีวิตแบบสบายที่ 600,000 บาท/ปี ต้องมีราว 15 ล้านบาท แต่ให้หัก “รายได้ประจำ” (บำนาญ เบี้ยยังชีพ ค่าเช่า) ออกจากค่าใช้จ่ายก่อน แล้วคำนวณเฉพาะส่วนต่าง เงินก้อนจริงที่ต้องเก็บจะน้อยลงมาก


การเกษียณในไทยไม่ได้แพงอย่างที่คิด โดยเฉพาะสำหรับคนไทยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องวีซ่า มีสิทธิรักษาพยาบาลของรัฐ และมีบำนาญประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กับเบี้ยยังชีพช่วยเสริม ตัวเลขสองอย่างที่ต้องยึดคือ ค่าใช้จ่ายรายเดือน (20,000–80,000 บาทสำหรับคนส่วนใหญ่) และ เงินก้อนตามกฎ 4% (ค่าใช้จ่ายส่วนต่างต่อปี × 25)

พร้อมวางแผนด้วยตัวเลขจริงแล้วหรือยัง? เริ่มที่ เครื่องคำนวณเงินเกษียณ เพื่อดูว่าเงินออมและบำนาญของคุณจะพอใช้ไปได้กี่ปี ตรวจบำนาญที่จะได้รับที่ เครื่องคำนวณบำนาญประกันสังคม และประเมินเงินกองทุนที่ เครื่องคำนวณกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

แหล่งข้อมูล: สำนักงานประกันสังคม (sso.go.th) — สูตรบำนาญชราภาพแบบ CARE (อัตรา 20% เมื่อส่งครบ 15 ปี +1.5%/ปี, เพดานค่าจ้างนำส่งปี 2569 = 17,500 บาท ปรับจาก 15,000 บาทเดิม); กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวง พม. — อัตราเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแบบขั้นบันได 600–1,000 บาท ปีงบประมาณ 2569; กรมสรรพากร (rd.go.th) — สิทธิยกเว้นภาษีบำนาญ เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และเงินได้ผู้มีอายุ 65 ปีขึ้นไป 190,000 บาท; กฎ 4% (Trinity Study) สำหรับการคำนวณเงินก้อนเกษียณ ตัวเลขค่าครองชีพเป็นประมาณการปี 2569 ที่ต่างกันตามพื้นที่และไลฟ์สไตล์ — ตรวจสอบกับแหล่งข้อมูลทางการก่อนตัดสินใจ

คำถามที่พบบ่อย

เกษียณในไทยต้องมีเงินเท่าไร?

คนโสดใช้ราว 30,000–40,000 บาท/เดือน (ประหยัด), 55,000–80,000 บาท/เดือน (สบาย) และ 120,000+ บาท/เดือน (หรูหรา) ขึ้นกับเมืองที่อยู่และไลฟ์สไตล์ กรุงเทพและภูเก็ตแพงกว่าเชียงใหม่และอีสานพอสมควร

เกษียณในไทยด้วยเงิน 33,000 บาท/เดือนได้ไหม?

ได้ ในภูมิภาคที่ค่าครองชีพต่ำเช่นอีสานหรือเมืองเล็ก เงินราว 33,000 บาทพอสำหรับชีวิตเรียบง่ายแต่สบาย (ค่าเช่า อาหาร ค่าเดินทาง ค่ารักษาพื้นฐาน) แต่จะตึงมือในกรุงเทพหรือภูเก็ต และควรกันงบสำหรับค่ารักษาพยาบาลก้อนใหญ่ไว้ด้วย

แหล่งเงินเกษียณของคนไทยมีอะไรบ้าง?

หลักๆ คือ (1) บำนาญชราภาพประกันสังคม ม.33/ม.39 (สูตร CARE — ส่งครบ 15 ปีได้ 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย +1.5% ต่อปีที่เกิน), (2) กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) และ RMF/SSF ที่สะสมไว้, (3) เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 600–1,000 บาท/เดือนตามช่วงอายุ, และ (4) เงินออม/การลงทุนส่วนตัว วางแผนให้แหล่งเหล่านี้รวมกันครอบคลุมค่าใช้จ่ายรายเดือน

ผู้เกษียณคนไทยต้องเสียภาษีเงินได้ไหม?

ผู้มีอายุ 65 ปีขึ้นไปได้รับยกเว้นเงินได้ 190,000 บาทแรก และเงินบำนาญชราภาพประกันสังคม เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ รวมถึงเงินก้อนจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (กรณีเกษียณอายุ 55+ และเป็นสมาชิกครบ 5 ปี) ได้รับยกเว้นภาษี ผู้เกษียณส่วนใหญ่ที่มีรายได้จากแหล่งเหล่านี้จึงมักไม่ต้องเสียภาษีหรือเสียน้อยมาก

คู่สามีภรรยาเกษียณในไทยต้องมีเงินเท่าไร?

ราว 1.5 เท่าของคนโสดเพราะแบ่งค่าที่พักและค่าใช้จ่ายบางส่วนกัน คือประมาณ 85,000–120,000 บาท/เดือน สำหรับชีวิตสบาย ทั้งคู่ควรวางแผนแหล่งเงินเกษียณ (บำนาญ สปส. + เงินออม) ให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายรวม

ระบบสาธารณสุขไทยดีสำหรับผู้เกษียณไหม?

ดีมาก โรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพ เชียงใหม่ และภูเก็ตมีบริการคุณภาพสูง พูดภาษาอังกฤษ ในราคาที่ถูกกว่าตะวันตกมาก ผู้เกษียณส่วนใหญ่ทำประกันเอกชนราคา 40,000–250,000 บาท/ปี ตามอายุ

ต้องมีเงินออมรวมเท่าไรจึงเกษียณในไทยได้?

ใช้กฎ 4% คือคูณค่าใช้จ่ายต่อปีด้วย 25 ชีวิตแบบสบายที่ 804,000 บาท/ปี ต้องมีราว 20 ล้านบาท ($600,000) แต่หากมีบำนาญประจำจะลดลงมาก เพราะเงินออมครอบคลุมเฉพาะส่วนต่าง

เครื่องมือที่เกี่ยวข้อง

บทความที่เกี่ยวข้อง